อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ท่านนั้นมาจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยตรง
ทำไมต้องมี ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ท่านนั้นมาจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยตรง ทั้งๆ ที่มีผู้อำนวยการศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศค.จชต.) ละ?
คำถาม
ปัจจุบันมี ผู้อำนวยการ
ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศค.จชต.) ละ?
ตามที่ นายประเสริฐ จันทรรวงทอง รัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการ รับปาก จะ
ตั้งตำแหน่ง “ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ด้านการศึกษา” เพื่อยกระดับการศึกษาให้สอดคล้องกับบริบทพื้นที่ มุ่งเน้นการกระจายอำนาจการบริหารจัดการ และสร้างระบบแนะแนวที่มีประสิทธิภาพ เพื่อเสริมสร้างคุณภาพชีวิตและสันติสุขที่ยั่งยืน ตามที่เป็นข่าว
(อ้างอิง https://today.line.me/th/v3/article/9m63lpm)
ในกรณีที่ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ท่านนั้นมาจากกระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) โดยตรง (ซึ่งมักจะเป็นข้าราชการระดับสูง เช่น รองศาสตราจารย์ หรือผู้บริหารระดับ 9-10 ที่มาช่วยราชการ) บทบาทหน้าที่และความสัมพันธ์กับศึกษาธิการจังหวัดจะมีความชัดเจนในเชิงการ “ประสานสิบทิศ” ดังนี้ครับ:
1. อำนาจหน้าที่ในฐานะ “ตัวแทนกระทรวงศึกษาธิการ” ใน ศอ.บต.
ผู้ช่วยเลขาธิการฯ ที่มาจาก ศธ. จะทำหน้าที่เป็น “โซ่ข้อกลาง” ระหว่างนโยบายส่วนกลางของกระทรวงศึกษาธิการ กับยุทธศาสตร์ความมั่นคงของ ศอ.บต.:
- กำหนดยุทธศาสตร์การศึกษาพิเศษ: วางแนวทางการจัดการศึกษาที่เหมาะสมกับบริบทจังหวัดชายแดนภาคใต้ เช่น การบริหารจัดการโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลาม, การพัฒนาหลักสูตรตาดีกา และสถาบันปอเนาะ ซึ่งต้องใช้ความเข้าใจทั้งข้อกฎหมายของ ศธ. และมิติด้านความมั่นคง
- ที่ปรึกษาด้านการศึกษาของเลขาธิการ ศอ.บต.: ให้ความเห็นเชิงเทคนิคและระเบียบของกระทรวงศึกษาธิการ เพื่อให้ ศอ.บต. ออกนโยบายสนับสนุนได้โดยไม่ผิดระเบียบราชการ
- การเชื่อมโยงงบประมาณ: ช่วยกำกับดูแลให้งบประมาณจากงบแผนงานบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (งบดับไฟใต้) ลงไปสู่สถานศึกษาได้อย่างตรงจุดและไม่ซ้ำซ้อนกับงบปกติของ ศธ.
2. ความแตกต่างและการทับซ้อนกับ “ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.)”
| ประเด็นการเปรียบเทียบ | ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (จาก ศธ.) | ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) |
|---|---|---|
| บทบาทหลัก | ฝ่ายเสนาธิการ (Staff): เน้นนโยบาย ยุทธศาสตร์ และงานเชิงรุกด้านความมั่นคง/พัฒนา | ฝ่ายปฏิบัติการ (Line): เน้นการบริหารงานประจำ (Routine) และอำนาจตามกฎหมาย |
| การใช้อำนาจ | ไม่มีอำนาจสั่งการตัวบุคคล (ครู/บุคลากร) ในสังกัด ศธจ. โดยตรง | มีอำนาจสั่งการ: ดูแลการบรรจุ แต่งตั้ง โยกย้าย และลงโทษทางวินัยครูในจังหวัด |
| กฎหมายที่ใช้ | พ.ร.บ.การบริหารราชการ จชต. พ.ศ. 2553 | พ.ร.บ.ระเบียบบริหารราชการ ศธ. และกฎหมายครูฯ |
| พื้นที่รับผิดชอบ | ครอบคลุมทั้ง 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้ (ภาพรวม) | รับผิดชอบเฉพาะภายในเขตจังหวัดของตนเอง |
3. การทำงานร่วมกัน (ไม่ทับซ้อนแต่เกื้อกูล)
ในทางปฏิบัติ “ไม่ทับซ้อน” แต่เป็นการทำงานคนละระดับ:
- ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. จะมองภาพกว้างทั้งภูมิภาค เช่น การผลักดันให้ “เมืองต้นแบบ” มีหลักสูตรอาชีวะที่สอดคล้องกับอุตสาหกรรม หรือการแก้ปัญหาเด็กตกหล่นจากระบบการศึกษาในภาพรวม 5 จังหวัด
- ศึกษาธิการจังหวัด จะรับนโยบายมาปฏิบัติในระดับพื้นที่จังหวัดตนเอง เช่น เมื่อ ศอ.บต. มีโครงการทุนการศึกษา ศึกษาธิการจังหวัดจะเป็นผู้ดำเนินการคัดเลือกนักเรียนตามระเบียบและแนวทางที่ตกลงกัน
สรุป: ถ้าผู้ช่วยเลขาธิการฯ มาจากกระทรวงศึกษาธิการ จะช่วยให้การทำงาน “ไร้รอยต่อ” มากขึ้น เพราะท่านจะเข้าใจภาษาและระเบียบของ ศธ. เป็นอย่างดี ทำให้การประสานงานกับศึกษาธิการจังหวัดในพื้นที่เป็นไปอย่างราบรื่น ลดความขัดแย้งในการทำงาน และช่วยให้การแก้ปัญหาด้านการศึกษาที่คาบเกี่ยวกับความมั่นคงทำได้รวดเร็วกว่าการใช้ข้าราชการจากหน่วยงานอื่น
คำถาม
ปัจจุบันมี ผู้อำนวยการ
ศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศค.จชต.) ละ?
สำหรับการมีตำแหน่ง ผู้อำนวยการศูนย์ขับเคลื่อนการศึกษาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศค.จชต.) เพิ่มเข้ามา ยิ่งทำให้โครงสร้างการบริหารชัดเจนขึ้นครับ เพราะหน่วยงานนี้เปรียบเสมือน “กองบัญชาการส่วนหน้าของกระทรวงศึกษาธิการ” ที่ตั้งอยู่ในพื้นที่โดยเฉพาะ
เพื่อให้เห็นภาพชัดเจน ผมขอจำแนกบทบาทหน้าที่และความสัมพันธ์กับตำแหน่งอื่นๆ ดังนี้ครับ
1. บทบาทของ ผอ.ศค.จชต. (กลไกหลักของ ศธ. ในพื้นที่)
ศค.จชต. คือหน่วยงานที่กระทรวงศึกษาธิการจัดตั้งขึ้นเพื่อบูรณาการงานของทุกแท่งในกระทรวง (สพฐ., อาชีวะ, สช., สกร.) ใน 5 จังหวัดชายแดนภาคใต้
- อำนาจหน้าที่: กำกับ ติดตาม และเร่งรัดการดำเนินงานตามนโยบายของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงศึกษาธิการในพื้นที่ จชต.
- ความเป็นเอกภาพ: ทำหน้าที่รวบรวมข้อมูลด้านการศึกษาทั้งหมดในพื้นที่เพื่อรายงานตรงต่อผู้บริหารระดับสูงของกระทรวง
- ตัวเชื่อมงบประมาณ: ดูแลแผนงานบูรณาการแก้ไขปัญหาจังหวัดชายแดนภาคใต้ในส่วนที่ ศธ. รับผิดชอบ
2. การทำงานร่วมกัน: ใครทำหน้าที่อะไร?
เพื่อให้เข้าใจง่ายขึ้น ลองดูการแบ่งงานตามตารางนี้ครับ:
| ตำแหน่ง | บทบาทหลัก (Role) | ความรับผิดชอบ (Responsibility) |
|---|---|---|
| ผอ.ศค.จชต. | ผู้ขับเคลื่อน (Driver) | บูรณาการทุกหน่วยงานในสังกัด ศธ. ในพื้นที่ 5 จังหวัด ให้เดินไปในทิศทางเดียวกันตามนโยบายกระทรวง |
| ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (ศธ.) | ผู้ประสานยุทธศาสตร์ (Strategist) | เชื่อมโยงงานการศึกษาเข้ากับมิติด้านความมั่นคง การพัฒนาเศรษฐกิจ และวิถีชีวิต (ทำงานร่วมกับฝ่ายปกครอง/ตำรวจ/ทหาร) |
| ศึกษาธิการจังหวัด (ศธจ.) | ผู้ปฏิบัติและกำกับดูแล (Operator) | บริหารจัดการงานประจำ งานบุคคล และกฎหมายการศึกษา ภายในขอบเขตจังหวัดของตนเอง |
3. ความสัมพันธ์และการทับซ้อน
ในทางปฏิบัติ ทั้ง 3 ส่วนนี้ทำงานประสานกันเป็น “สามเหลี่ยมการศึกษา” ครับ
- ศค.จชต. vs ศธจ.: ไม่ทับซ้อน เพราะ ศค.จชต. ดูภาพรวม 5 จังหวัดและเน้นงานนโยบายเชิงรุก/โครงการพิเศษ ส่วน ศธจ. ดูแลงานบริหารในจังหวัดตนเอง ศค.จชต. จะทำหน้าที่สนับสนุนข้อมูลและงบประมาณเพิ่มเติมให้ ศธจ. ทำงานได้คล่องตัวขึ้น
- ศค.จชต. vs ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต.: เป็นคู่ขนานที่สำคัญมาก ผอ.ศค.จชต. จะดูแลคนในกระทรวง (Internal) ส่วนผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. จะไปเจรจากับหน่วยงานนอกกระทรวง (External) เช่น ฝ่ายความมั่นคง หรือองค์กรต่างประเทศ เพื่อให้งานการศึกษาได้รับการยอมรับและสนับสนุน
สรุปภาพรวม:
การมี ผอ.ศค.จชต. ทำให้กระทรวงศึกษาธิการมี “แม่งาน” ที่ชัดเจนในพื้นที่ ซึ่งจะทำงานควบคู่ไปกับ ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ที่ดูแลมิติมั่นคง และมี ศึกษาธิการจังหวัด เป็นผู้ปฏิบัติหลักในแต่ละพื้นที่ครับ โครงสร้างนี้ออกแบบมาเพื่อลดช่องว่างในการสั่งการจากกรุงเทพฯ และเพิ่มความรวดเร็วในการแก้ปัญหาที่หน้างาน
ในแง่กฎหมาย ทำได้ไหม? ผอ.ศค.จชต. ควบตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการศอ.บต.จากกระทรวงศึกษาธิการ อีกตำแหน่ง เพื่อเอกภาพ สั่งการ หรือต้องตั้งคนใหม่ ไหนดีกว่ากัน
ตอบ …ในแง่ของข้อกฎหมายและหลักบริหารราชการแผ่นดิน การจะให้ ผู้อำนวยการ ศค.จชต. ควบตำแหน่ง ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. (ศธ.) นั้น มีประเด็นที่ต้องพิจารณาทั้งในมุม “นิติศาสตร์” และ “รัฐประศาสนศาสตร์” ดังนี้
1. ในแง่กฎหมาย: “ทำได้หรือไม่?”
คำตอบคือ: ทำได้ครับ โดยผ่านกลไกการ “ช่วยราชการ” หรือ “มอบหมายให้ปฏิบัติหน้าที่”
- การช่วยราชการ: กระทรวงศึกษาธิการสามารถมีคำสั่งให้ข้าราชการตำแหน่ง ผอ.ศค.จชต. ไปช่วยราชการที่ ศอ.บต. ในตำแหน่งผู้ช่วยเลขาธิการฯ อีกตำแหน่งหนึ่งได้ (Dual Role) โดยยังคงรับเงินเดือนในตำแหน่งเดิม
- พรบ. ศอ.บต. 2553: เปิดช่องให้ดึงตัวข้าราชการจากส่วนราชการอื่นมาช่วยงานได้ เพื่อประโยชน์ในการบูรณาการ
- ข้อจำกัด: จะรับเงินประจำตำแหน่งหรือค่าตอบแทนซ้ำซ้อนไม่ได้ และต้องดูว่าโครงสร้างตำแหน่ง (Position) ใน ศอ.บต. นั้นระบุไว้ชัดเจนหรือไม่ว่าเป็นตำแหน่งเฉพาะ หรือตำแหน่งเพื่อการประสานงาน
2. การเปรียบเทียบ: “ควบตำแหน่ง” vs “ตั้งคนใหม่”
| ประเด็น | แบบควบตำแหน่ง (Single Leader) | แบบตั้งคนใหม่ (Separated Roles) |
|---|---|---|
| เอกภาพการสั่งการ (Unity of Command) | สูงมาก: คำสั่งมาจากคนๆ เดียว ลดความสับสนระหว่าง ศธ. และ ศอ.บต. | ต่ำกว่า: อาจเกิดการสื่อสารที่คลาดเคลื่อนหรือการตัดสินใจที่ล่าช้าหากสองคนเห็นไม่ตรงกัน |
| ความรวดเร็ว | ตัดสินใจได้ทันที เพราะรู้ข้อมูลทั้งสองฝั่ง | ต้องมีขั้นตอนการประชุมประสานงานระหว่างหน่วยงาน |
| ภาระงาน (Workload) | หนักเกินไป: ภาระงานของ ศค.จชต. และ ศอ.บต. สูงทั้งคู่ อาจเกิดอาการ “คอขวด” (Bottleneck) | แบ่งเบาภาระงานได้ดีกว่า มีคนโฟกัสงานเฉพาะด้านได้ลึกกว่า |
| การตรวจสอบ (Checks & Balances) | ขาดการคานอำนาจ เพราะคนคุมงบและคนตรวจสอบคือคนเดียวกัน | มีการคานอำนาจและตรวจสอบความโปร่งใสได้ดีกว่า |
3. มุมมองเชิงบริหาร: แบบไหนดีกว่ากัน?
กรณี “ควบตำแหน่ง” จะดีกว่าเมื่อ:
ต้องการ “ภาวะวิกฤต” หรือช่วงที่นโยบายต้องการความรวดเร็วสูงสุด (High Agility) เช่น ช่วงการปฏิรูปโครงสร้างครั้งใหญ่ หรือช่วงที่ต้องการแก้ปัญหาความขัดแย้งระหว่างหน่วยงานให้จบที่คนเดียว
กรณี “ตั้งคนใหม่” จะดีกว่าเมื่อ:
ต้องการ “ประสิทธิภาพเชิงลึก” (Deep Expertise) เพราะ:
- ผอ.ศค.จชต. ต้องบริหารคนและโรงเรียนจำนวนมากใน 5 จังหวัด (Internal Management)
- ผู้ช่วยเลขาธิการ ศอ.บต. ต้องเดินสายพบปะภาคประชาสังคม ฝ่ายความมั่นคง และนักการเมือง (Stakeholder Engagement)
การมี 2 คนที่ “ประสานงานกันอย่างแน่นแฟ้น” มักจะให้ผลลัพธ์ที่ยั่งยืนกว่าในระบบราชการปกติ
ข้อเสนอแนะเชิงยุทธศาสตร์
หากต้องการ “เอกภาพ” โดยไม่สร้างภาระให้คนเดียวมากเกินไป มักใช้โมเดล “แต่งตั้งโดยตำแหน่ง” (Ex-officio)
กล่าวคือ ให้ ผอ.ศค.จชต. เป็น “กรรมการและเลขานุการ” ในคณะกรรมการระดับสูงของ ศอ.บต. แทนการไปนั่งควบตำแหน่งบริหารโดยตรง วิธีนี้จะทำให้ ผอ.ศค.จชต. มีอำนาจสั่งการในเชิงนโยบายของ ศอ.บต. ได้โดยชอบธรรม แต่ยังมีทีมงานของผู้ช่วยเลขาธิการฯ ศอ.บต. เป็นฝ่ายสนับสนุนข้อมูลให้ครับ
สรุป: ในเชิง “อำนาจ” การควบตำแหน่งดีกว่า แต่ในเชิง “การบริหารจัดการ” การแยกตำแหน่งแล้วกำหนดกลไกการประสานงานที่ชัดเจน (เช่น ให้ ผอ.ศค.จชต. มีสิทธิร่วมตัดสินใจใน ศอ.บต.) จะลดการเบิร์นเอาท์และเพิ่มประสิทธิภาพได้ครอบคลุมกว่า
2,752 total views, 2,752 views today

More Stories
ก้าวข้ามขีดจำกัด สู่ความเป็นเลิศ: เมื่อโรงเรียนเอกชนสอนศาสนาอิสลามชายแดนใต้ ผงาดบนเวทีโอลิมปิกวิชาการและภาษา
ก้าวข้ามการด้อยค่า สู่การเจียระไน “เพชรเม็ดงาม” แห่งชายแดนใต้: ถอดบทเรียนความสำเร็จค่ายโอลิมปิก 4 ภาษา
สภาพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้: การกระจายอำนาจและการผสานวิถีพหุวัฒนธรรมสู่ความยั่งยืน