อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
บทนำ: นิยามใหม่ของความมั่นคงและโอกาส
ท่ามกลางความท้าทายในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่มักถูกฉายภาพผ่านเลนส์ความขัดแย้งและการตรวจสอบ สิ่งที่กลายเป็นแสงสว่างปลายอุโมงค์กลับไม่ใช่ยุทโธปกรณ์ แต่คือ “ภาษา”
เมื่อวันที่ 30 เมษายน 2569 ที่ผ่านมา กิจกรรม “ค่ายพรีโอลิมปิกทางภาษา” ณ มหาวิทยาลัยราชภัฏยะลา ได้ปิดฉากลงด้วยความสำเร็จอันน่าภาคภูมิใจของเยาวชนกว่า 400 คน ภาพเด็กนักเรียนมุสลิมที่สวมฮิยาบและชุดพื้นเมือง แต่สามารถสื่อสารได้อย่างคล่องแคล่วทั้งภาษาอังกฤษ มลายู อาหรับ และจีน ไม่ได้เป็นเพียงความสำเร็จทางการศึกษาเท่านั้น แต่คือการประกาศกร้าวเพื่อก้าวข้ามการด้อยค่า และเปลี่ยน “จุดอ่อน” ในสายตาคนนอก ให้กลายเป็น “จุดแข็ง” ที่ไร้พรมแดน
เนื้อหา: ภาษาคือต้นทุน มิใช่ความเสี่ยง
การพัฒนาศักยภาพมนุษย์ในพื้นที่ชายแดนใต้จำเป็นต้องปรับเปลี่ยนมุมมองจากการ “จับผิด” เป็นการ “หนุนเสริม” โดยมีประเด็นสำคัญดังนี้:
1. พรสวรรค์จากรากฐานวัฒนธรรม
ดร.ขดดะรี บินเซ็น ประธานสภาที่ปรึกษา ศอ.บต. ได้ให้ทัศนะว่า เยาวชนในพื้นที่มี “พรสวรรค์พิเศษ” ในการออกเสียง เนื่องจากฐานเสียงจากการอ่านคัมภีร์อัลกุรอานมาตั้งแต่เด็ก ทำให้มีความยืดหยุ่นในการเรียนรู้ภาษาที่ 3 และ 4 ได้อย่างเป็นธรรมชาติ
นี่คือ ต้นทุนทางปัญญา ที่สั่งสมผ่านวิถีชีวิต ซึ่งหากได้รับการเจียระไนอย่างถูกวิธี เยาวชนเหล่านี้สามารถก้าวสู่ระดับสากลได้ไม่ยาก
2. เปลี่ยน “ภาษา” ให้เป็น “สะพาน” แห่งความมั่นคง
ในอดีต ความหลากหลายทางภาษาอาจถูกมองว่าเป็นความเสี่ยง แต่ในมิติของ “ความมั่นคงของมนุษย์ (Human Security)” ภาษาคือเครื่องมือสำคัญในการสร้างโอกาส
การที่มหาวิทยาลัยในพื้นที่ เช่น ม.สงขลานครินทร์, มรย., ม.ฟาฏอนี และ มรน. ร่วมกันพัฒนาทักษะภาษา คือการสร้าง “เกราะป้องกันที่ยั่งยืน” เพราะภาษาคือเครื่องมือสร้างมิตรภาพ ไม่ใช่ศัตรู
3. บทเรียนจากความเสียดายสู่พันธสัญญาแห่งอนาคต
ประสบการณ์ของ ดร.ขดดะรี ที่เคยพลาดโอกาสด้านภาษาในอดีต กลายเป็นแรงผลักดันสำคัญให้เกิดโครงการนี้
ค่ายพรีโอลิมปิกจึงไม่ใช่เพียงการอบรมระยะสั้น แต่คือการสร้าง “เพชรเม็ดงาม” โดยมีเป้าหมายสร้างเยาวชนศักยภาพสูงอย่างน้อย 10 คนในทุก 3 ปี เพื่อมอบทุนไปศึกษาต่อยังประเทศเจ้าของภาษา
อภิปราย: การก้าวข้ามอคติและการยอมรับตัวตน
การที่ กอ.รมน.ภาค 4 สน. เข้าร่วมในกิจกรรมครั้งนี้ ถือเป็นสัญญาณของการเปลี่ยนผ่านจากการ “สอดส่อง” สู่การ “รับรองศักยภาพ”
ภาพของเด็กนักเรียนมุสลิมที่สามารถร้องเพลงภาษาจีน หรืออภิปรายเป็นภาษาอังกฤษ คือภาพสะท้อนของ การผสมผสานวัฒนธรรม (Cultural Hybridity) อย่างงดงาม
สิ่งนี้ช่วยลดอคติจากสังคมภายนอก และยืนยันว่าเยาวชนในพื้นที่สามารถรักษาอัตลักษณ์ พร้อมก้าวสู่การเป็น “พลเมืองโลก (Global Citizen)” ได้อย่างสมดุล
สรุป: การลงทุนในมนุษย์คือสันติภาพที่ยั่งยืน
ความสำเร็จของค่ายพรีโอลิมปิก 4 ภาษา คือหลักฐานชัดเจนว่า เมื่อสังคมเปลี่ยนมุมมองจากการมองความหลากหลายเป็น “อุปสรรค” มาเป็น “สินทรัพย์” ศักยภาพของมนุษย์จะถูกปลดปล่อยอย่างมหาศาล
เยาวชนชายแดนใต้ในวันนี้ไม่ใช่เพียงคนในพื้นที่ แต่คือกำลังสำคัญในการขับเคลื่อนเศรษฐกิจและความร่วมมือระหว่างประเทศ
หากยังคงเดินหน้าด้วยแนวทาง “หนุนเสริม มิใช่ จับผิด” และพัฒนาอย่างต่อเนื่อง สันติสุขที่แท้จริงจะเกิดขึ้นผ่าน “ความรู้และความหวัง”
“เมื่อมนุษย์มีโอกาสและมองเห็นอนาคตของตนเอง อาวุธใดก็ไม่อาจสั่นคลอนความมั่นคงในใจได้”
หมายเหตุอ่านรายงานเพิ่มเติม
▪️เรื่อง : ศธ. ร่วมสมาคมสมาพันธ์ภาคใต้ ปั้นเยาวชนชายแดนใต้สู่สากล! ปิดฉาก “ค่ายพรีโอลิมปิก 4 ภาษา” เสริมแกร่งทักษะสื่อสารในสังคมพหุวัฒนธรรม
▪️ลิงค์ : https://spmcnews.com/?p=58103
รับชมภาพบรรยากาศกิจกรรมเพิ่มเติมได้ที่:
https://drive.google.com/drive/folders/16MsznHJhcESEqchWXtU1-lSfqx85ujes?usp=sharing
และคลิปสรุปใน
https://drive.google.com/file/d/1Vn6j71KgfQU76LK9MSfEiANiXmeDH288/view?usp=sharing
290 total views, 290 views today

More Stories
สภาพัฒนาการศึกษาชายแดนใต้: การกระจายอำนาจและการผสานวิถีพหุวัฒนธรรมสู่ความยั่งยืน
การศึกษาเปลี่ยนผ่านชายแดนใต้: ศธ. ผนึกกำลังทุกภาคส่วน ตั้ง ‘บอร์ดการศึกษาจชต.’ มุ่งสร้างความมั่นคงของมนุษย์
วิกฤตศรัทธาไฟใต้: เมื่อคดีลอบยิง สส. กลายเป็นบททดสอบ “รัฐพันลึก” และการปฏิรูป กอ.รมน.