อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

การก้าวเข้าสู่ปีที่ 8 ของ พรรคประชาชาติ ภายใต้การนำของคนรุ่นเก๋าและคนรุ่นใหม่ ไม่ได้เป็นเพียงการรักษาพื้นที่ทางการเมืองในด้ามขวานทอง แต่มันคือการพิสูจน์ทฤษฎี “พรรคเชิงอุดมการณ์ (Ideological Party)” ที่พยายามถอดรหัสจากคัมภีร์มาสู่แนวปฏิบัติ ท่ามกลางกระแสธารการเมืองไทยที่หมุนวนด้วยอำนาจและ “ทุน”

จากการวิเคราะห์ของ รศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส หญ้าปรัง พรรคประชาชาติกำลังเดินรอยตามโมเดลพรรคเชิงอุดมการณ์สากลอย่าง Green Party ในยุโรป แต่สิ่งที่พรรคกำลังเผชิญกลับเป็น “วิกฤตศรัทธา” และ “กำแพงความจริง” ที่ยากจะก้าวข้าม
1. การเมืองคือศิลปะแห่งความเป็นไปได้: จาก “อุดมคติ” สู่ “ปากท้อง”
อิบนุ คัลดูน ปราชญ์ผู้ยิ่งใหญ่เคยนิยามการเมืองว่าเป็นศิลปะของการทำให้สิ่งที่เป็นไปไม่ได้ให้เป็นจริง สำหรับพรรคประชาชาติ อุดมคติอิสลามไม่ใช่เรื่องไกลตัว แต่คือการสร้าง “มาตรฐานความดีงาม” ให้เป็นนโยบายที่จับต้องได้
- โจทย์ใหญ่: จะทำอย่างไรให้อุดมการณ์ที่ดูสูงส่ง กลายเป็น “ข้าวสารในหม้อ” และ “สันติภาพในบ้าน” สำหรับคนชายแดนใต้?
2. อัตลักษณ์ที่ถูกแช่แข็ง: เสียงสะท้อนที่ส่วนกลางไม่ได้ยิน
ประชาชนในพื้นที่ไม่ได้ต้องการเพียงแค่ถนนหรือตึกสูง แต่เขาต้องการ “พื้นที่หายใจทางวัฒนธรรม” ผ่าน 3 เสาหลัก:
- เศรษฐกิจไร้พรมแดน: การเชื่อมต่อโลกมลายู-มุสลิม (มาเลเซีย-อินโดนีเซีย) โดยไม่ต้องรอคำสั่งจากกรุงเทพฯ ทุกฝีก้าว
- อธิปไตยทางจิตวิญญาณ: การบริหารจัดการฮาลาลและฮัจญ์ที่โปร่งใสโดยคนในพื้นที่ เพื่อจบวงจรการหากินบนความศรัทธา
- สถาบันทางปัญญา: องค์กรมหาชนที่จะมาปกป้องภาษาและวรรณกรรมมลายู ไม่ให้สูญหายไปตามกาลเวลา
3. การปฏิรูปที่ต้องเริ่มจากภายใน: “ผู้กำคบเพลิง” หรือ “ผู้เฝ้ามอง”?
ข้อเสนอเรื่องการกระจายอำนาจและการปฏิรูปองค์กรศาสนาเป็นดาบสองคม:
- กระจายอำนาจกรรมการอิสลาม: เพื่อให้ 5 จังหวัดภาคใต้หลุดพ้นจากการรวมศูนย์อำนาจ
- สถาบันดาโต๊ะยุติธรรม: ยกระดับจากการตัดสินคดีครอบครัว สู่การเป็นเสาหลักดูแล “วากัฟ” (ทรัพย์สินศาสนกุศล) และเด็กกำพร้าอย่างเป็นระบบ
- ความเท่าเทียมในความต่าง: การดูแลพี่น้องชาวพุทธภายใต้หลักการกุรอาน คือบททดสอบว่า “อุดมคติอิสลาม” นั้นโอบรับทุกคนจริงหรือไม่
วิกฤตศรัทธาและ “กับดักเงินตรา” : ปัญหาที่พรรคต้องกล้าสบตา
แม้จะวางรากฐานทางอุดมการณ์ไว้อย่างสวยหรู แต่ความจริงในการเลือกที่ผ่านมากลับสะท้อนภาพที่น่ากังวล:
- จำนวน สส. ที่ลดลง: สัญญาณเตือนภัยว่าอุดมการณ์อย่างเดียวอาจ “กินไม่ได้” หรือพรรคกำลังสื่อสารไม่ถึงใจคนรุ่นใหม่?
- ริชวะห์ (การซื้อเสียง) ในคราบฮาดียะห์ (ของขวัญ): นี่คือจุดเปราะบางที่สุด แม้สังคมมุสลิมจะปฏิเสธการซื้อเสียงในเชิงหลักการ แต่ในทางปฏิบัติ กลับมีการบิดเบือนนิยามของ “เงินซื้อเสียง” ให้กลายเป็น “เงินบริจาค” หรือ “ของขวัญ”
“ความท้าทายนี้ไม่ใช่แค่เรื่องกฎหมายเลือกตั้ง แต่คือการต่อสู้กับ ‘ตรรกะวิบัติ’ ที่กำลังกัดกินจริยธรรมทางการเมืองในพื้นที่พหุวัฒนธรรม”
บทสรุป: เหตุผลสาธารณะ (Public Reason) คือทางรอด
พรรคประชาชาติกำลังยืนอยู่บนทางแพร่ง ระหว่างการเป็น “พรรคท้องถิ่นเฉพาะกลุ่ม” หรือการเป็น “สถาบันการเมืองระดับชาติ” ที่ใช้เหตุผลสากลในการสื่อสาร
หากพรรคไม่สามารถก้าวข้าม “อำนาจเงิน” และไม่สามารถเปลี่ยนอุดมคติให้เป็น “ความสำเร็จที่กินได้” อุดมการณ์ที่ รศ.ดร.มูฮัมหมัดอิลยาส วิเคราะห์ไว้ ก็อาจเป็นเพียงหน้าหนึ่งในประวัติศาสตร์ที่สวยงามแต่ไร้พลังในการเปลี่ยนแปลงจริง
พรรคประชาชาติในวัย 8 ปี จึงต้องไม่ใช่แค่พรรคที่ “พูดเรื่องศาสนา” แต่ต้องเป็นพรรคที่ “ทำให้เห็นว่าศาสนาสร้างความเป็นธรรมให้สังคมไทยได้จริง”
30,464 total views, 6,707 views today

More Stories
วิกฤตศรัทธาไฟใต้: เมื่อคดีลอบยิง สส. กลายเป็นบททดสอบ “รัฐพันลึก” และการปฏิรูป กอ.รมน.
บทเรียนจากมายาคติเหมารวมว่าแบ่งแยกดินแดนและใบอนุญาตฆ่าในชายแดนใต้ : กรณีศึกษาการลอบสังหารนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ
ระดมกึ๋นสลายมายาคติ! สถาบันพระปกเกล้าฯ จับมือ สมช. เปิดเวทีสานเสวนาหนุนสันติสุขชายแดนใต้