อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) ที่ปรึกษาสมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้: เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทความนี้นำเสนอการวิเคราะห์ปรากฏการณ์ “ความขัดแย้งเชิงโครงสร้าง” ในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ผ่านกรณีศึกษาการลอบสังหารนายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ และการแพร่กระจายของปฏิบัติการข้อมูลข่าวสาร (IO) ที่มุ่งสร้างความเกลียดชัง โดยมีรายละเอียดดังนี้
เพราะเห็นต่างจึงถูกผลักให้เป็นโจร: บทเรียนจากมายาคติและใบอนุญาตฆ่าในชายแดนใต้
บทนำ: เมื่อความเห็นต่างกลายเป็นภัยความมั่นคง
ในสภาวะที่สังคมไทยเผชิญกับความขัดแย้งทางความคิดอย่างรุนแรง ปรากฏการณ์ที่น่ากังวลที่สุดคือการ “ตีตรา” (Labeling) ผู้เห็นต่างจากรัฐให้กลายเป็น “ศัตรูของชาติ” โดยเฉพาะในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ที่ความเปราะบางทางวัฒนธรรมและประวัติศาสตร์ถูกนำมาใช้เป็นเครื่องมือสร้างความชอบธรรมให้แก่ความรุนแรง
กรณีการลอบสังหาร นายกมลศักดิ์ ลีวาเมาะ สมาชิกสภาผู้แทนราษฎรและทนายความสิทธิมนุษยชน ไม่ได้เป็นเพียงอาชญากรรมทั่วไป แต่เป็นภาพสะท้อนของ “ตรรกะวิบัติ” ที่เชื่อว่าการสังหารผู้ที่ถูกกาหัวว่าเป็นพวกแบ่งแยกดินแดนคือการรักษาความศักดิ์สิทธิ์ของแผ่นดิน
บทความนี้จะวิเคราะห์ถึงรากเหง้าของปัญหา การใช้ปฏิบัติการข้อมูลข่าวสารเพื่อบิดเบือนความจริง และแนวทางการสลายมายาคติเพื่อสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน
อธิบาย: การบิดเบือนข้อเท็จจริงและปฏิบัติการ IO
จากการรวบรวมข้อมูล พบว่ามีความพยายามเชื่อมโยงบทบาทของนายกมลศักดิ์ในฐานะทนายความมูลนิธิศูนย์ทนายความมุสลิม เข้ากับขบวนการแบ่งแยกดินแดน ทั้งที่ในข้อเท็จจริง บทบาทดังกล่าวคือการทำหน้าที่ตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อช่วยเหลือผู้ได้รับผลกระทบจากกฎหมายพิเศษ ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของหลักนิติธรรม
นอกจากนี้ ปัจจุบันมีการใช้ “Lifestyle IO” และเทคโนโลยี AI ในการผลิตข้อมูลเท็จเพื่อลดทอนค่าความเป็นมนุษย์ของนักข่าว นักวิชาการ และนักกิจกรรมสิทธิมนุษยชน เช่น กรณีของ คุณฐปนีย์ เอียดศรีไชย ที่ถูกโจมตีด้วยบัญชีอวตารกว่า 1,000 บัญชี
ปฏิบัติการเหล่านี้มุ่งเน้นการสร้าง “บรรยากาศแห่งความหวาดกลัว” และทำให้สังคมเกิดความชินชาต่อการละเมิดสิทธิ โดยมองว่าผู้ถูกกระทำ “สมควรได้รับ” เพราะถูกตราหน้าว่าเป็นภัยต่อความมั่นคง
อภิปราย: การเมืองนำการทหาร หรือ การทหารทำลายการเมือง?
แนวคิดขวาสุดโต่งที่เชียร์มือสังหารสะท้อนถึงความล้มเหลวในการเข้าใจหลักการ “การเมืองนำการทหาร”
การใช้วิธีกดปราบหรือลอบสังหาร (Extrajudicial Killing) ไม่เคยทำให้ขบวนการทางความคิดสิ้นสุดลง แต่กลับเป็นการ “ผลักมวลชน” ให้ไปเข้าพวกกับกลุ่มสุดโต่งมากขึ้น เพราะประชาชนรู้สึกไม่ปลอดภัยและไม่ได้รับความเป็นธรรมจากรัฐ
การที่หน่วยงานความมั่นคงถูกตั้งคำถามเรื่องการใช้งบประมาณภาษีมาทำ IO ด้อยค่าประชาชนตนเอง เป็นความย้อนแย้งอย่างยิ่งต่อนโยบายการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ (พ.ศ. 2568-2570) ที่มุ่งหวังสร้าง “ความไว้วางใจ”
หากรัฐบาลยังใชยุทธศาสตร์ “ปากว่าตาขยิบ” คือด้านหนึ่งเจรจาสันติภาพ แต่อีกด้านหนึ่งกลับทำลายความน่าเชื่อถือของผู้มีส่วนเกี่ยวข้อง พื้นที่กลางในการแก้ปัญหาด้วยสันติวิธีจะเล็กลงจนเหลือเพียงทางเลือกของการใช้กำลัง
สรุป: สันติภาพที่สัมผัสได้ต้องเริ่มจากความจริง
บทเรียนจากกรณีสังหารกมลศักดิ์ และกระแส IO รุกหนักในปัจจุบัน ชี้ให้เห็นว่าปัญหาชายแดนใต้ไม่ใช่เพียงเรื่องของอาวุธ แต่เป็นเรื่องของ “มาตราส่วนความจริง” ในใจคน
หากเราปล่อยให้มายาคติที่ว่า “คนมลายูมุสลิม = ผู้ก่อเหตุ” หรือ “ทนายสิทธิฯ = พวกแบ่งแยกดินแดน” ครอบงำสังคม สันติสุขย่อมไม่มีวันเกิดขึ้น
ความมั่นคงที่แท้จริงต้องไม่ใช่แค่ความมั่นคงของรัฐที่รักษาด้วยปลายกระบอกปืน แต่ต้องเป็น “ความมั่นคงของมนุษย์” ที่ประชาชนทุกอัตลักษณ์มีศักดิ์ศรีและความปลอดภัยเสมอกันภายใต้กฎหมาย
ข้อเสนอแนะ: 5 แนวทางสลายความขัดแย้ง
เพื่อให้บรรลุเป้าหมายสันติภาพภายในปี 2570 ภาคส่วนต่างๆ ควรดำเนินการดังนี้:
- ด้านนโยบายและประวัติศาสตร์: จัดกิจกรรมสานเสวนาประวัติศาสตร์ในทุกพื้นที่เพื่อรับฟัง “ความเจ็บปวดที่ถูกละเลย” และยอมรับความจริงร่วมกัน โดยบรรจุเนื้อหา “ประวัติศาสตร์สมานมิตร” ในหลักสูตรทุกระดับเพื่อลดอคติทางชาติพันธุ์
- ด้านธรรมาภิบาลและการตรวจสอบ: เรียกร้องให้ กอ.รมน. และหน่วยงานความมั่นคง ยุติปฏิบัติการ IO ที่บิดเบือนข้อเท็จจริง และสร้างกลไกตรวจสอบการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของรัฐที่โปร่งใส
- ด้านกระบวนการยุติธรรม: กรณีทหารหรือเจ้าหน้าที่รัฐกระทำผิดต่อพลเรือน ต้องเข้าสู่กระบวนการพิจารณาใน “ศาลพลเรือน” เพื่อสร้างความเชื่อมั่นในระบบยุติธรรมที่ไม่มีข้อยกเว้น
- ด้านความรับผิดชอบของแพลตฟอร์ม: สนับสนุนให้ Digital Publishers และหน่วยงาน Fact-check (เช่น COFACT) ผลักดันให้แพลตฟอร์มโซเชียลมีเดียมีระบบ Overlay เตือนข้อมูลเท็จและลดการมองเห็นข่าวปลอมที่สร้างความเกลียดชัง
- ด้านการกระจายอำนาจ: ศอ.บต. และรัฐบาลควรส่งเสริมการกระจายอำนาจสู่ท้องถิ่นอย่างจริงจัง เพื่อให้คนในพื้นที่ได้กำหนดอนาคตและจัดการทรัพยากรของตนเอง ซึ่งจะเป็นการโดดเดี่ยวกลุ่มใช้ความรุนแรงได้อย่างถาวรที่สุด
30,478 total views, 6,706 views today

More Stories
วิกฤตศรัทธาไฟใต้: เมื่อคดีลอบยิง สส. กลายเป็นบททดสอบ “รัฐพันลึก” และการปฏิรูป กอ.รมน.
พรรคประชาชาติ: เมื่ออุดมคติอิสลามปะทะความจริงอันเจ็บปวดในสมรภูมิการเมืองไทย
ระดมกึ๋นสลายมายาคติ! สถาบันพระปกเกล้าฯ จับมือ สมช. เปิดเวทีสานเสวนาหนุนสันติสุขชายแดนใต้