นราธิวาส/ภาพ/ข่าว-นูอารีซ๊ะ ยะยือริ

เมื่อวันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๒ พันเอก ชีวธันย์ ปิยะศาสตร์ธนา รองผู้อำนวยการสำนักงานพัฒนาภาค ๔ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา เป็นประธานเปิดจุดบริการประชาชนในห้วงเทศกาลปีใหม่ ๒๕๖๒ บริเวณทางหลวงหมายเลข ๔๐๕๖ (เส้นทางนราธิวาส – อำเภอสุไหงปาดี) สี่แยกบ้านเจาะวา ตำบลสุไหงปาดี อำเภอสุไหงปาดี จังหวัดนราธิวาส โดยมี ผู้บังคับหน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ๔๑ นายกองค์การบริหารส่วนตำบลสุไหงปาดี ผู้บังคับกองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๔๔๗ ผู้แทนอำเภอสุไหงปาดี ผู้แทนโรงพยาบาลส่งเสริมสุขภาพตำบลสุไหงปาดี และหน่วยบรรเทา สาธารณภัย ร่วมพิธีเปิดในครั้งนี้
สืบเนื่องจาก พลเอก ดร. ธนเกียรติ ชอบชื่นชม ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้มอบนโยบายให้มีการจัดตั้งจุดบริการประชาชนบริเวณหน้าหน่วยหรือพื้นที่ที่เหมาะสม พร้อมเจ้าหน้าที่ประจำ เพื่ออำนวยความสะดวกด้านการจราจร พร้อมระดมกำลังร่วมกับหน่วยงาน ส่วนราชการในพื้นที่เพื่อป้องกันและลดอุบัติเหตุทางถนนและเพื่ออำนวยความสะดวกและให้บริการประชาชนด้วยการแจกน้ำดื่ม กาแฟ ผ้าเย็น เครื่องดื่ม ชูกำลัง เพื่อผ่อนคลายในช่วงเดินทางดังกล่าว นอกจากนั้น ยังเตรียมชุดช่างพร้อมเครื่องมือช่างรับตรวจสอบรถยนต์ โดยเริ่มดำเนินการตั้งแต่ วันที่ ๒๗ ธันวาคม ๒๕๖๑ ถึง วันที่ ๒ มกราคม ๒๕๖๒ จัดตั้งจุดบริการประชาชน จำนวน ๓๘ จุดบริการทั่วประเทศ

การจัดตั้งจุดบริการประชาชน บริเวณสี่แยกบ้านเจาะวา ตำบลสุไหงปาดี เป็นจุดบริการ ที่ หน่วยพัฒนาการเคลื่อนที่ ๔๑ สำนักงานพัฒนาภาค ๔ หน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้บูรณาการจัดตั้งร่วมกับ องค์การบริหารส่วนตำบลสุไหงปาดี กองร้อยตำรวจตระเวนชายแดนที่ ๔๔๗ โรงพยาบาลส่งเสริมสุภาพตำบลสุไหงปาดี และอำเภอสุไหงปาดี ทั้งนี้ ผู้บัญชาการหน่วยบัญชาการทหารพัฒนา ได้เน้นย้ำให้กำลังพลที่ปฏิบัติหน้าที่ ให้มีความอดทน ให้ใช้คำพูดหรือการแสดงออกที่สุภาพ การแต่งกายเรียบร้อย และห้ามดื่มเครื่องดื่มที่มีแอลกอฮอล์เป็นอันขาด

//////////////////////////////////
1,292 total views, 2 views today

More Stories
พลังพหุวัฒนธรรม “ผอ.รร.การเมือง” นำทีมจับมือเครือข่าย ปลุกพลังเยาวชนใน “ค่ายลูกเสือเรียนรู้วิถีสวนทุเรียน” สร้างวินัย มุ่งสืบสานวิถีชุมชนชายแดนใต้
รองโฆษก กอ.รมน.ภาค 4 สน. ชี้แจงผลการตรวจพิสูจน์ปลอกกระสุน เชื่อมโยงปืน 14 กระบอก พบ 10 กระบอกเคยใช้ก่อเหตุรวม 37 คดี
“อัญชนา หีมมิหน๊ะ” นักสิทธิ์ฯ รุดแจ้งความ สภ.เมืองปัตตานี เอาผิดเพจเฟซบุ๊กบิดเบือนข้อมูล-ตัดต่อภาพ สร้างความเสียหาย