มีนาคม 3, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

รอมฎอนแห่งสันติ: สยบวิกฤตยาเสพติดด้วยพลังชุมชนและรัฐ

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ: เมื่อภัยมืดบดบังแสงแห่งสันติสุข

      ในช่วงเวลาที่พื้นที่ชายแดนใต้กำลังก้าวเข้าสู่ห้วงเวลาสำคัญอย่างเดือนรอมฎอน ซึ่งควรเป็นเดือนแห่งความสงบและการขัดเกลาจิตใจ แต่ “ความจริงที่เจ็บปวด” กลับถูกตีแผ่ผ่านเสียงสะท้อนของชาวบ้านในอำเภอเทพา จังหวัดสงขลา และปฏิบัติการทลายยาไอซ์ล็อตมหึมา 400 กิโลกรัมในจังหวัดยะลา ข้อมูลเหล่านี้ตอกย้ำว่า “ยาเสพติด” ได้กลายเป็นภัยคุกคามอันดับหนึ่งที่แซงหน้าปัญหาความไม่สงบทางการเมืองไปแล้ว และกำลังกัดกินรากเหง้าของสังคมอย่างรุนแรง


อธิบาย: วิกฤตซ้อนวิกฤต จากการแพร่ระบาดสู่ความล่มสลายทางเศรษฐกิจ

      สถานการณ์ยาเสพติดในพื้นที่ 4 อำเภอของสงขลาและจังหวัดชายแดนใต้ไม่ได้เป็นเพียงปัญหาอาชญากรรม แต่เป็น “วิกฤตเชิงโครงสร้าง” ที่ส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ ดังนี้:

1. ยาเสพติดนำพาโรคทางจิตเวชและอาชญากรรม
จากการลงพื้นที่รับฟังเสียงภาคประชาชน ณ อบต.ปากบาง อ.เทพา พบว่าสิ่งที่ชาวบ้านหวาดกลัวที่สุดไม่ใช่เหตุการณ์ความรุนแรง แต่คือ “คนป่วยจิตเวช” จากการเสพยาที่เพิ่มขึ้นจนล้นชุมชน นำไปสู่ปัญหาลักขโมยรายวันและการสูญเสียความปลอดภัยในชีวิตและทรัพย์สิน ซึ่งเป็นพื้นฐานสำคัญของสันติสุขในครัวเรือน

2. เส้นทางลำเลียงระดับชาติ: จากเหนือสู่ใต้
ผลการจับกุมยาไอซ์ 400 กิโลกรัม มูลค่ากว่า 72 ล้านบาท โดยกองทัพภาคที่ 4 และตำรวจภูธรภาค 9 เผยให้เห็นโครงข่ายอันตรายที่ใช้พื้นที่ชายแดนใต้เป็น “จุดพักและทางผ่าน” โดยลำเลียงมาจากภาคเหนือผ่านประเทศเพื่อนบ้านเพื่อส่งออกไปยังมาเลเซีย สะท้อนว่าพื้นที่นี้กำลังถูกใช้เป็นยุทธศาสตร์ของกลุ่มทุนสีเทาข้ามชาติ

3. ปากท้องที่หิวโหยและความเจ็บป่วยของเศรษฐกิจท้องถิ่น
ชาวบ้านสะท้อนว่าเศรษฐกิจในพื้นที่ โดยเฉพาะบริเวณ “สี่แยกพระพุทธ” กำลังซบเซา การพัฒนาจากภาครัฐที่ “ไม่ถามคนในพื้นที่” กลายเป็นการทำลายอัตลักษณ์ทางเศรษฐกิจเดิม เมื่อคนไม่มีงานทำและเศรษฐกิจตายลง ช่องว่างนี้จึงกลายเป็นโอกาสให้ยาเสพติดเข้ามาแทรกซึมได้ง่ายขึ้น


แนวทางการแก้ไข: ผนึกกำลัง “รัฐ-ราษฎร์” ให้ตรงจุด

เพื่อให้ “รอมฎอน” และทุกวันของชาวใต้กลับมาสู่สันติสุขที่แท้จริง การแก้ปัญหาต้องไม่ใช่แค่การจับกุม แต่ต้องอาศัยกลยุทธ์ที่รอบด้าน:

  • เปลี่ยนผู้ป่วยเป็นผู้คืนสู่สังคม: เน้นการบำบัดรักษาผู้ป่วยจิตเวชจากยาเสพติดอย่างเป็นระบบและทั่วถึง
  • เสริมพลังด่านหน้า: สนับสนุนบทบาทของกำนัน ผู้ใหญ่บ้าน และผู้นำศาสนา ให้เป็นกลไกหลักในการเฝ้าระวังและคัดกรองคนในชุมชน
  • พัฒนาเศรษฐกิจฐานราก: รัฐต้องฟังเสียงชาวบ้านในการวางโครงการพัฒนา เพื่อสร้างอาชีพและรายได้ที่สอดคล้องกับวิถีชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงการสร้างสิ่งก่อสร้างทิ้งร้าง

สรุป: สันติภาพที่กินได้และปลอดภัย

     เสียงจาก “เทพา” ถึง “สภาฯ” คือคำเตือนว่าการปราบปรามยาเสพติดเพียงแค่ของกลาง 400 กิโลกรัมนั้นเป็นเพียงการแก้ที่ปลายเหตุ สันติสุขที่ยั่งยืนจะเกิดขึ้นได้ก็ต่อเมื่อ “คน” ในพื้นที่เข้มแข็ง “เศรษฐกิจ” เดินหน้าได้ และ “ยาเสพติด” ถูกขจัดออกไปจากวิถีชีวิต หากรัฐสามารถบูรณาการความมั่นคงเข้ากับการพัฒนาที่จริงใจ ปลายทางของปัญหานี้จะไม่ใช่แค่การจับกุม แต่คือการคืนรอยยิ้มและความปลอดภัยให้กับพี่น้องชาวใต้ทุกคน


หมายเหตุ อ่านรายงานก่อนหน้านี้
“เสียงจาก เทพาถึง สภาฯ ประกอบ

https://share.csitereport.com/share2024.php?post_id=53603

 117 total views,  12 views today