อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ในวันที่ความขัดแย้งระหว่างการพัฒนาอุตสาหกรรมและวิถีชุมชนยังคงเป็นประเด็นร้อนแรงในพื้นที่จังหวัดสงขลา สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) ได้พานักศึกษากว่า 75 ชีวิต ก้าวออกจากห้องเรียนสี่เหลี่ยม มุ่งหน้าสู่ “บ้านสวนกง” ต.นาทับ อ.จะนะ จังหวัดสงขลา เพื่อสัมผัสของจริงผ่านกิจกรรมแลกเปลี่ยนเรียนรู้เรื่องสถานการณ์ความขัดแย้งและแนวทางการจัดการด้านสันติวิธี เมื่อวันที่ 14 กุมภาพันธ์ 2569 ที่ผ่านมา
นี่ไม่ใช่เพียงการทัศนศึกษา แต่คือการเปิดประตูสู่ “พิพิธภัณฑ์ประวัติศาสตร์บ้านสวนกง” ซึ่งเป็นแบบอย่างที่ชัดเจนที่สุดของการที่ชุมชนลุกขึ้นมาจัดการเรียนรู้ด้วยตนเอง
ทำไมต้อง “บ้านสวนกง”? : แบบอย่างการเรียนรู้โดยชุมชน
พิพิธภัณฑ์แห่งนี้ไม่ใช่ตึกแถวหรูหราที่เก็บของเก่าไว้ในตู้กระจก แต่มันคือ “พิพิธภัณฑ์ที่มีชีวิต” ที่รวบรวมเรื่องราวการต่อสู้ ภูมิปัญญา และทรัพยากรทางธรรมชาติของชาวประมงพื้นบ้านไว้อย่างเข้มข้น ดังนี้:
- ศูนย์กลางการสื่อสารความจริง: ในท่ามกลางโครงการพัฒนาขนาดใหญ่ที่ถาโถมเข้ามา ชุมชนใช้พิพิธภัณฑ์เป็นพื้นที่บอกเล่า “ต้นทุน” ของพวกเขา ไม่ว่าจะเป็นความหลากหลายทางชีวภาพของทะเลจะนะ หรือประวัติศาสตร์บรรพบุรุษที่หล่อเลี้ยงชีวิตคนในพื้นที่
- ห้องเรียนสันติวิธี: การพานักศึกษามาที่นี่ช่วยให้คนรุ่นใหม่ได้เห็นว่า “สันติวิธี” ไม่ใช่แค่ทฤษฎีในตำรา แต่คือการที่ชุมชนใช้ข้อมูล ความรู้ และการรวมตัวอย่างสงบเพื่อปกป้องสิทธิของตนเอง
- การจัดการความรู้โดย “คนใน”: ข้อมูลทุกชุดที่จัดแสดงและคำบอกเล่าทุุกคำมาจากประสบการณ์ตรงของเครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น ทำให้ผู้มาเยือนเข้าถึงจิตวิญญาณและความรู้สึกของคนในพื้นที่ได้อย่างลึกซึ้ง
บทเรียนนอกห้องเรียน: การปะทะกันของ “ความเจริญ” และ “ความยั่งยืน”
การแลกเปลี่ยนเรียนรู้ครั้งนี้ ทำให้นักศึกษาได้เห็นภาพสะท้อนของความขัดแย้งที่ไม่ได้มีแค่ “ขาว” หรือ “ดำ” แต่มีมิติของปากท้อง วิถีวัฒนธรรม และอนาคตของสิ่งแวดล้อมเข้ามาเกี่ยวข้อง
“การได้มาฟังเสียงของชาวประมงพื้นบ้านที่นี่ ทำให้เราเข้าใจว่าทำไมเขาถึงรักและหวงแหนหาดทรายและท้องทะเลนี้ยิ่งกว่าชีวิต” — เสียงสะท้อนส่วนหนึ่งจากนักศึกษาที่เข้าร่วมกิจกรรม
ก้าวต่อไปของ “จะนะรักษ์ถิ่น”
พลังของบ้านสวนกงคือเครื่องยืนยันว่า ชุมชนไม่ใช่ผู้รับผลกระทบที่นิ่งเฉย แต่คือ “ครู” ผู้สอนให้สังคมได้เห็นค่าของฐานทรัพยากร พิพิธภัณฑ์แห่งนี้จึงเป็นสัญลักษณ์ของการลุกขึ้นสู้ด้วยปัญญา และเป็นต้นแบบให้ชุมชนอื่นๆ ทั่วประเทศได้เห็นว่า การจัดการเรียนรู้โดยชุมชนเองนั้น ทรงพลังและยั่งยืนที่สุด
#พิพิธภัณฑ์ธรรมชาติบ้านสวนกง #เครือข่ายจะนะรักษ์ถิ่น #สถาบันสันติศึกษา #มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์

3,102 total views, 4 views today

More Stories
ผลกระทบสงครามตะวันออกกลางต่อผู้แสวงบุญมุสลิม (มุอฺตะมีรีน)
ชาวปาตานีที่เกิดในซาอุดีอาระเบีย ระหว่างความเจ็บปวดจากการจากลาและความหวังในการกลับคืนสู่มาตุภูมิ (ตอนที่ 1)
ความยุติธรรมที่ไร้พรมแดน: เมื่อ ‘บรรทัดฐานสากล’ ถูกทดสอบในสมรภูมิตะวันออกกลาง “ไม่ว่าจะเชียรไม่เชี ยิว อเมริกาหรืออิหร่าน”