อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
ผลคะแนนประชามติที่ออกมาอย่างไม่เป็นทางการ (94%) ชี้ชัดว่าคนส่วนใหญ่กว่า 60% ของประเทศต้องการ “รีเซ็ตประเทศไทย” ด้วยการแก้ไขรัฐธรรมนูญ แต่ในแผนที่สีเขียวของความเห็นชอบนั้น กลับมีพื้นที่ ภาคใต้ตอนบนและตอนกลาง ที่กลายเป็นพื้นที่ “สีแดง” ของการไม่เห็นชอบสวนทางกับภาคอื่นๆ อย่างมีนัยสำคัญ
ทำไมภาคใต้ถึงยังคงรักษาฐานที่มั่นเดิม? นี่คือ 2 ปัจจัยหลักที่สะท้อนผ่านปรากฏการณ์นี้:
1. “สุญญากาศ” จากนักการเมืองในพื้นที่: เมื่อ สส. ไม่รณรงค์
ความรับผิดชอบส่วนใหญ่ในครั้งนี้ถูกพุ่งเป้าไปที่ “นักการเมืองท้องถิ่น” และ “สส. เจ้าของพื้นที่” ที่มีอิทธิพลสูงต่อความคิดความเชื่อของประชาชน
- เน้นหาเสียงแต่ไม่สร้างความเข้าใจ: ในช่วงการหาเสียงเลือกตั้ง 69 ที่ผ่านมา นักการเมืองภาคใต้เน้นไปที่การรักษาฐานเสียงของตนเอง แต่กลับ “สอบตก” ในการให้ความรู้เรื่องรัฐธรรมนูญ
- การเบี่ยงประเด็น: ในหลายเวทีปราศรัย เมื่อมีการพูดถึงการแก้รัฐธรรมนูญ มักจะถูกโยงเข้าหาเรื่องละเอียดอ่อนอย่างสถาบันฯ เพื่อสร้างความหวาดกลัว มากกว่าการพูดถึงเนื้อหาเชิงโครงสร้างหรือสิทธิประโยชน์ที่ประชาชนจะได้รับ
- คำถามถึงความรับผิดชอบ: การที่ประชาชนในพื้นที่ไม่มีความเข้าใจที่แท้จริงจนโหวตไม่เห็นชอบ สะท้อนว่านักการเมืองในพื้นที่อาจ “จงใจ” ปล่อยให้ประชาชนติดอยู่ในกรอบความคิดเดิมเพื่อผลประโยชน์ทางการเมืองของกลุ่มตนหรือไม่?
2. ภาพจำ “คนคอนเซิร์ฟเวทีฟ” และมรดกจากปี 60
ต้องยอมรับว่าผลลัพธ์ครั้งนี้ “ไม่เหนือความคาดหมาย” หากเรามองย้อนกลับไปในอดีต:
- ฐานที่มั่นของรัฐธรรมนูญปี 60: ภาคใต้เป็นพื้นที่ที่ลงมติ “รับ” รัฐธรรมนูญฉบับปี 2560 อย่างท่วมท้นที่สุดในประเทศ ความเชื่อใจในกติกาเดิมที่เน้นเรื่องการปราบโกง (ตามคำโฆษณา) ยังคงฝังรากลึก
- วัฒนธรรมการเมืองที่เปลี่ยนยาก: มีกรอบวัฒนธรรมและความเชื่อทางการเมืองเฉพาะตัวที่ยังไม่ถูกทำลายลง แม้กาลเวลาจะเปลี่ยนไป แต่หากยังไม่มี “ตัวเร่ง” หรือการทำงานเชิงความคิดที่ทำงานหนักพอ การเปลี่ยนแปลงในพื้นที่นี้ก็ยังคงเป็นเรื่องที่ “น่าเสียดายแต่เข้าใจได้”
บทสรุป: ก้าวต่อไปของการเมืองใต้
ชัยชนะของคะแนน “เห็นชอบ” ในระดับประเทศอาจทำให้การแก้ไขรัฐธรรมนูญเดินหน้าต่อได้ แต่คะแนน “ไม่เห็นชอบ” จากภาคใต้คือบทเรียนราคาแพงว่า การสื่อสารทางการเมืองในพื้นที่นี้ต้องทำงานหนักกว่าเดิมหลายเท่า หากต้องการทำลายกรอบความเชื่อเดิมและก้าวเข้าสู่ยุคการเมืองใหม่ไปพร้อมกับภาคอื่นๆ
11,765 total views, 4 views today

More Stories
“กกต.” ควรหยุดฟ้องปิดปากประชาชน ต้องปฏิบัติตามรัฐธรรมนูญ กฏหมาย และหลักนิติธรรม
13 ปีบนเส้นทางวิบาก: เสียงจากปาตานีถึงรัฐบาลใหม่ กับโจทย์ใหญ่ ‘สันติภาพวาระแห่งชาติ, และ การเร่งแก้ไขรัฐธรรมนูญตามเจตจำนงของประชาชน 19 ล้านเสียง
ดีลหักปากกาเซียน “อนุทิน 1”: เมื่อสีน้ำเงินกินรวบกระดาน ทิ้ง “กล้าธรรม” ให้เดียวดาย และบทพิสูจน์ศรัทธา “ประชาชาติ”