มีนาคม 3, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

วิเคราะห์การเมือง 69: วาทกรรม”สมบัติพ่อเฒ่า”

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

      การเลือกตั้งปี 2569 ไม่ใช่เพียงการลงคะแนนเพื่อเลือกผู้บริหารประเทศ แต่นี่คือหมุดหมายสำคัญของการปะทะกันระหว่าง “ประวัติศาสตร์ที่จับต้องได้” กับ “อนาคตที่ต้องการออกแบบใหม่” โดยมีคำว่า “สมบัติพ่อเฒ่า” เป็นคีย์เวิร์ดสำคัญที่พรรคประชาธิปัตย์ใช้เป็นไม้ตายในโค้งสุดท้าย

1. นิยามใหม่ของ “สมบัติพ่อเฒ่า”: เมื่อความเก๋าคือสินค้า

     การที่พรรคประชาธิปัตย์หยิบยกประเด็นนี้มาสื่อสาร ไม่ใช่การพูดถึงมรดกกินได้ทั่วไป แต่เป็นการขาย “ความเชื่อมั่นในต้นทุนทางสังคม” เพื่อดึงสติฐานเสียงเดิมและกลุ่มอนุรักษนิยมที่กำลังลังเล:

  • มรดกทางนโยบาย: ตอกย้ำภาพลักษณ์ “ต้นคิด” นโยบายพื้นฐานที่กลายเป็นกระดูกสันหลังของรัฐไทย เช่น เบี้ยยังชีพผู้สูงอายุ และนมโรงเรียน
  • สถาบันทางการเมือง: การเป็นพรรคที่ “อยู่ยงคงกระพัน” ผ่านวิกฤตการณ์เมืองมาทุกรูปแบบ เพื่อสะท้อนว่านี่คือที่พึ่งที่มั่นคงท่ามกลางความผันผวน
  • แบรนด์ความซื่อสัตย์: การใช้ภาพลักษณ์นักการเมืองรุ่นใหญ่ที่มือสะอาดมาเป็นเกราะป้องกัน ในยุคที่ผู้คนเริ่มเบื่อหน่ายกับคอรัปชั่นเชิงนโยบาย

2. โครงสร้างปัญหา: บาดแผลที่ซ่อนอยู่ใต้คำว่ามรดก

     หลังวาทกรรมสวยหรู “สมบัติพ่อเฒ่า” ของพรรคการเมือง กลับมี “ประวัติศาสตร์บาดแผล” ของประชาชนที่ถูกกดทับด้วยโครงสร้างอำนาจรัฐและทุนนิยมผูกขาดมาอย่างยาวนาน:

มิติปัญหา ภาพสะท้อนความจริง ผลกระทบเชิงโครงสร้าง
ภูมิปัญญาชาวบ้าน พ่อเฒ่าต้อง “หยบเนียงหวาก” (แอบไหเหล้า) หนีสรรสามิต กฎหมายเอื้อกลุ่มทุนใหญ่ ทำลายเศรษฐกิจฐานราก
สิทธิที่ดินทำกิน ถือ สค.1 มาชั่วอายุคน แต่นายทุนข้างบ้านกลับมีโฉนด ความเหลื่อมล้ำในการเข้าถึงทรัพยากร (Land Rights)
ระบบอุปถัมภ์ นักการเมือง “บ้าหัวจุก” เน้นสะสมอำนาจส่วนตัว ปัญหาเชิงนโยบายถูกละเลยเพื่อแลกกับคะแนนเสียงระยะสั้น

3. อภิปราย: เมื่อ “หลานบาว-หลานสาว” ลุกขึ้นทวงคืน

      ในขณะที่พรรคใหญ่ใช้ “สมบัติพ่อเฒ่า” ในความหมายของอดีต แต่คนรุ่นใหม่ในการเลือกตั้งปี 69 กลับตีความคำนี้ใหม่ว่าคือ “สิทธิที่ควรได้รับคืน” ความแค้นในอดีตถูกแปรเปลี่ยนเป็นพลังขับเคลื่อนนโยบายที่แหลมคม:

  • ทลายการผูกขาด: ไม่ใช่แค่เรื่อง “เหล้า” แต่คือการคืนศักดิ์ศรีให้ภูมิปัญญา “น้ำผึ้งแว่น” และ “หวาก” ให้เป็นเศรษฐกิจสร้างสรรค์
  • ปฏิรูปที่ดิน: การตั้งคำถามว่าทำไมที่ดินเกษตรกรรมถึงกลายเป็นโฉนดได้ยากกว่าที่ดินอุตสาหกรรม
  • จากระบบอุปถัมภ์สู่ระบบสวัสดิการ: การเปลี่ยนจากการ “รอรับความช่วยเหลือ” เป็นการ “เรียกร้องสิทธิ” อย่างเท่าเทียม

4. มุมมองเชิงวิพากษ์: ดาบสองคมของ “ความเก๋า”

แม้กลยุทธ์ “สมบัติพ่อเฒ่า” จะช่วยรักษาฐานที่มั่นเดิมได้ แต่ก็มีความเสี่ยงที่พรรคประชาธิปัตย์ต้องเผชิญ:

  • Generation Gap: คนรุ่นใหม่ (New Voters) อาจมองว่า “สมบัติ” เหล่านี้เป็นเรื่องของอดีตที่ล้าสมัย (Outdated) และไม่ตอบโจทย์ความท้าทายในโลกดิจิทัล
  • ภาพลักษณ์การติดหล่ม: หากเน้นขายแต่อดีตมากเกินไป พรรคจะสูญเสียความสามารถในการเป็น “ผู้นำแห่งอนาคต” และดูเหมือนพรรคที่คอยแต่จะรักษาสถานะเดิม (Status Quo)

บทสรุป: จากความแค้นสู่การสร้างชาติ

     บทสรุปของการเลือกตั้งครั้งนี้อาจไม่ใช่การแก้แค้นด้วยอารมณ์ แต่คือการ “ชำระความไม่เป็นธรรม” ผ่านหีบบัตรเลือกตั้ง “สมบัติของพ่อเฒ่า” ที่แท้จริงไม่ใช่ที่ดินหรือต้นยางเพียงอย่างเดียว แต่คือ สิทธิ เสรีภาพ และโอกาส ที่ลูกหลานต้องได้รับอย่างสมบูรณ์

ข้อเสนอแนะเพื่อส่งต่ออนาคต:

  • ปฏิรูปที่ดิน (Land Reform): ใช้ระบบดิจิทัลพิสูจน์สิทธิที่ดินให้โปร่งใส ป้องกันการทับซ้อนและเอื้อนายทุน
  • ปลดล็อกเศรษฐกิจชุมชน: แก้กฎหมายสรรสามิตและข้อบังคับที่เป็นอุปสรรคต่อการแปรรูปสินค้าเกษตร
  • สร้างการเมืองโปร่งใส (Transparency): เลือกพรรคที่เน้นการแก้ปัญหาเชิงโครงสร้าง มากกว่าประชานิยมชั่วคราว เพื่อความยั่งยืนของรัฐสวัสดิการ

 1,991 total views,  2 views today

You may have missed