อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
บทนำ: สัญญาณแห่งการเปลี่ยนแปลงจาก “พ่อมิ่ง” ถึง “วัดหัวตลาด”
15 มกราคม 2569
การเคลื่อนไหวทางการเมืองในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ทวีความเข้มข้นขึ้น เมื่อ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง หัวหน้าพรรคประชาชาติ นำทีมลงพื้นที่เชิงสัญลักษณ์สำคัญสองแห่งในจังหวัดปัตตานี คือ “ปอเนาะพ่อมิ่ง” และ “วัดหัวตลาด” การลงพื้นที่ครั้งนี้ไม่ใช่เพียงการพบปะประชาชนตามวงรอบปกติ แต่เป็นการประกาศยุทธศาสตร์หลักของพรรคในการ “ทลายโครงสร้างรัฐธรรมนูญ 2560” เพื่อแก้ปัญหาความเหลื่อมล้ำทางการศึกษาและดับไฟใต้ด้วยแนวทางพหุวัฒนธรรม พร้อมทั้งรับฟังเสียงสะท้อนจากทั้งพี่น้องมุสลิมและไทยพุทธ เพื่อตอกย้ำว่านโยบายของพรรคคือการขับเคลื่อนเพื่อ “คนไทยทุกคน”
อธิบาย: รัฐธรรมนูญ 60 กับ “กับดัก” ทางการศึกษาและการดับไฟใต้
พ.ต.อ.ทวี ได้หยิบยกประเด็นที่ส่งผลกระทบโดยตรงต่อเยาวชนในพื้นที่ขึ้นมาเป็นแกนหลัก คือ การศึกษา โดยชี้ให้เห็นว่ารัฐธรรมนูญฉบับปัจจุบันมีข้อบกพร่องเชิงโครงสร้างที่ต้องเร่งแก้ไข ดังนี้
-
ข้อจำกัด “ไม่เกิน 12 ปี”: พรรคประชาชาติวิพากษ์ว่า รัฐธรรมนูญปี 2560 เปลี่ยนถ้อยคำสำคัญจากฉบับปี 2540 และ 2550 จากคำว่าสนับสนุนการศึกษา “ไม่ต่ำกว่า 12 ปี” เป็น “ไม่เกิน 12 ปี” ซึ่งส่งผลให้โรงเรียนเอกชนสอนศาสนาที่ครอบคลุมการสอนถึงระดับ ม.6 (รวม 15 ปี) ถูกตัดงบประมาณสนับสนุนในส่วนที่เกินมา กลายเป็นภาระของประชาชนและสถานศึกษา
-
นโยบาย “เรียนฟรีถึงปริญญาตรี”: เพื่อแก้ปัญหานี้ พรรคได้เสนอโรดแมปสวัสดิการการศึกษาที่รวมถึงการปฏิรูป กยศ. ให้สอดคล้องกับหลักศาสนา (ไม่มีดอกเบี้ย/เบี้ยปรับ) และเพิ่มค่าตอบแทนครูสอนศาสนา (ตาดีกา) เป็น 5,500 บาท เพื่อยกระดับคุณภาพชีวิตผู้ประสิทธิ์ประสาทวิชา
-
เสียงจากคนไทยพุทธ: ณ วัดนิกรชนาราม (วัดหัวตลาด) พ.ต.อ.ทวี ได้รับฟังปัญหาด้านเศรษฐกิจและความปลอดภัย โดยเน้นย้ำว่าความเป็น “ประชาชาติ” ต้องโอบรับทุกความหลากหลาย ทั้งมุสลิม ไทยพุทธ และกลุ่มชาติพันธุ์อื่นๆ ภายใต้หลักการ “อยู่ร่วมกันด้วยความดี”
อภิปราย: การเมืองเชิงโครงสร้างกับทางออกพื้นที่ขัดแย้ง
การชูธงแก้รัฐธรรมนูญของพรรคประชาชาติในครั้งนี้ สะท้อนให้เห็นว่าปัญหาในจังหวัดชายแดนภาคใต้ไม่ได้มีเพียงมิติความมั่นคง แต่มีมิติของ “ความยุติธรรมทางกฎหมาย” และ “โอกาสทางสังคม” เป็นองค์ประกอบสำคัญ
-
การศึกษาคืออาวุธดับไฟใต้: การคืนสิทธิเรียนฟรีและการสนับสนุนโรงเรียนปอเนาะ คือการสร้างความรู้สึกเป็นส่วนหนึ่งของรัฐ หากเยาวชนเข้าถึงการศึกษาที่มีคุณภาพและได้รับการยอมรับในอัตลักษณ์ตนเอง แนวโน้มความขัดแย้งย่อมลดลง
-
รัฐธรรมนูญฉบับประชาชน: การรณรงค์ให้โหวตรับร่างรัฐธรรมนูญใหม่ เป็นการพยายามดึงอำนาจกลับมาสู่มือประชาชน โดยมองว่ารัฐธรรมนูญปี 2560 คืออุปสรรคในการกระจายทรัพยากรที่ทั่วถึง
-
พหุวัฒนธรรมที่จับต้องได้: การลงพื้นที่วัดไทยพุทธและแสดงความเสียใจต่ออุบัติเหตุเครนถล่มที่มีผู้เสียชีวิตเป็นคนในพื้นที่ แสดงถึงการทำหน้าที่ “ผู้แทน” ที่ก้าวข้ามเส้นแบ่งทางศาสนา เป็นการสร้างความเชื่อมั่นว่านโยบายพรรคจะครอบคลุมทุกกลุ่มอย่างเท่าเทียม
สรุป: เดิมพันครั้งใหม่บนพื้นฐานของความหลากหลาย
บทสรุปจากการลงพื้นที่ปัตตานีของ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง คือการตอกย้ำว่า “พรรคประชาชาติ” วางบทบาทตนเองเป็นสะพานเชื่อมความหลากหลาย โดยมี “การแก้ไขรัฐธรรมนูญ 2560” เป็นกุญแจสำคัญที่จะเปิดประตูสู่สวัสดิการรัฐและการศึกษาที่เท่าเทียม
ความสำเร็จของนโยบายเหล่านี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับเพียงคำมั่นสัญญา แต่ขึ้นอยู่กับการยอมรับจากประชาชนในพื้นที่ว่า รัฐธรรมนูญฉบับใหม่ที่พรรคนำเสนอ จะสามารถ “เห็นหัวคนจน” และสร้างสันติภาพที่ยั่งยืนผ่านความเข้าใจพหุวัฒนธรรมได้จริงหรือไม่ นี่จึงเป็นบททดสอบสำคัญในสนามการเมืองชายแดนใต้ที่กำลังจะมาถึง
563 total views, 6 views today

More Stories
เลือกตั้ง 69: “เศรษฐวัฒนธรรม” สู่สันติภาพกินได้: ข้อเสนอจากพรรคเป็นธรรม
เลือกตั้ง 69: “เศรษฐวัฒนธรรม” ข้อเสนอจากพรรคเป็นธรรม
กกต.ยะลา เปิดเวทีพบสื่อมวลชน สร้างความเข้าใจการเลือกตั้ง ส.ส. และการออกเสียงประชามติ พร้อมเชิญชวนลงทะเบียนร่วมเวทีดีเบตร่างรัฐธรรมนูญ