อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
“พลังเยาวชนชายแดนใต้: เมื่อกติกาไม่เป็นธรรม และการเมืองสีขาวคือทางออก”

“ในห้วงเวลาที่สังคมไทยกำลังขยับเข้าใกล้การตัดสินใจครั้งสำคัญเกี่ยวกับ “กติกาสูงสุด” ของประเทศ บรรยากาศในพื้นที่ชายแดนภาคใต้ไม่ได้เงียบเหงาอย่างที่หลายคนคิด แม้ในระนาบการเมืองระดับชาติจะมีความเห็นที่ต่างออกไปเกี่ยวกับการรณรงค์ประชามติ แต่ในระดับรากหญ้า “เยาวชน” และ “ภาคประชาชน” กำลังลุกขึ้นมาสร้างนิยามใหม่ให้กับการเมืองด้วยตนเอง”
1. ปลุกพลัง “Pemudi Si Sakhon”: รัฐธรรมนูญไม่ใช่เรื่องไกลตัว
“เมื่อวันที่ 9 มกราคมที่ผ่านมา กลุ่มเยาวชนในชื่อ Pemudi Si Sakhon ได้เปลี่ยนพื้นที่ร้านกาแฟในอำเภอศรีสาคร ให้กลายเป็นเวทีเสวนาทางปัญญา ภายใต้หัวข้อ “ความจำเป็นของการแก้ไขรัฐธรรมนูญภายใต้บริบทสังคมปัจจุบัน” การรวมตัวกันของคนรุ่นใหม่ 28 ชีวิตในครั้งนี้ คือสัญลักษณ์ของการปฏิเสธความนิ่งเฉย พวกเขาแลกเปลี่ยนกันอย่างเข้มข้นว่ารัฐธรรมนูญไม่ใช่เพียงแค่กระดาษ แต่มันคือ “ลมหายใจ” ที่กำหนดสิทธิ เสรีภาพ และโอกาสในชีวิต หากกติกาเบื้องต้นมีความบิดเบี้ยว ย่อมนำมาซึ่งความเหลื่อมล้ำที่หยั่งรากลึกในพื้นที่ และยังมีหลายเวทีหลังจากนี้ที่พวกเขาเยาวชนจะขับเคลื่อนกับประชาสังคมชายแดนใต้ ต่างๆโดยเฉพาะองค์กรต่างที่อยู่ภายใต้สมาคมสภาประชาสังคมชายแดนใต้ และจะมีการตั้งศูนย์ประชาสัมพันธ์ประชามติทุกอำเภอร่วมกับ iLaw”
2. “ริชวะห์” (สินบน): กำแพงที่ต้องทลายเพื่อการเมืองสีขาว
“นอกจากประเด็นเรื่องโครงสร้างรัฐธรรมนูญแล้ว อีกหนึ่งความเคลื่อนไหวที่แหลมคมคือการผนึกกำลังของสื่อและผู้นำทางศาสนาอย่าง อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ ที่ออกมาประกาศจุดยืน “ไม่เอาคนซื้อเสียง””
“การนำหลักการทางศาสนามาเชื่อมโยงกับการเมืองถือเป็นกุญแจสำคัญในพื้นที่ชายแดนใต้:”
- ริชวะห์ (การสินบน): การซื้อเสียงถูกนิยามชัดเจนว่าเป็นบาปและต้นเหตุแห่งความหายนะ
- คอร์รัปชัน: การลงทุนซื้อเสียงในวันนี้ คือต้นตอของการถอนทุนคืนผ่านงบประมาณในวันหน้า
- การเมืองสีขาว: การเชิญชวนให้ประชาชนกล้าที่จะปฏิเสธทั้ง “คน” และ “พรรค” ที่ใช้เงินเป็นใบเบิกทาง
3. เมื่อเยาวชนต้องเป็น “โซ่ข้อกลาง”
“ท่ามกลางความขัดแย้งเชิงนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ เยาวชนในพื้นที่ชายแดนใต้กำลังทำหน้าที่เป็น “การเมืองภาคประชาชน” ที่เข้มแข็ง พวกเขาไม่ได้เคลื่อนไหวตามกระแสพรรคใดพรรคหนึ่ง แต่เคลื่อนไหวเพื่อ “ความถูกต้องของระบบ””
“การเลือกตั้งและประชามติคือโอกาสในการพัฒนา ไม่ใช่โอกาสในการแสวงหาผลประโยชน์เพียงชั่วคราว” — นี่คือเสียงสะท้อนที่ดังชัดจากเครือข่ายภาคประชาชน
“แม้สื่อมวลชนก็ทราบว่า “ทุกพรรคการเมืองยกเว้น “พรรคประชาชนเท่านั้น”ไม่รณรงค์ประชามติ ดังนั้นเยาวชนก็ต้องออกมาเคลื่อนไหวรวมทั้งการเมืองสีขาว””
(https://www.facebook.com/share/p/1AKcGs2e6Y/?mibextid=wwXIfr)
บทสรุป: อนาคตที่กำหนดด้วยมือประชาชน
“ความเคลื่อนไหวตั้งแต่ร้านกาแฟเล็กๆ ในศรีสาคร ไปจนถึงบทความวิเคราะห์เชิงลึกในสื่อระดับชาติอย่างมติชนสุดสัปดาห์”
(อ่านเพิ่มเติมใน
https://www.matichon.co.th/weekly/column/article_874172)
“แสดงให้เห็นว่าคนชายแดนใต้ตระหนักแล้วว่า “สิทธิในการเลือกคืออำนาจในการกำหนดอนาคต” หากการเมืองสีขาว (White Politics) ที่ปราศจากการซื้อสิทธิ์ขายเสียงสามารถเกิดขึ้นได้จริง และรัฐธรรมนูญได้รับการแก้ไขให้เป็นประชาธิปไตยอย่างแท้จริง พลังของเยาวชนกลุ่มเล็กๆ เหล่านี้แหละที่จะเป็นฟันเฟืองสำคัญในการขับเคลื่อนประเทศไทยให้พ้นจากวงจรเดิมๆ”
#PemudiSiSakhon #ไม่เลือกคนซื้อเสียง #การเมืองสีขาว #ชายแดนใต้2569

16,872 total views, 8 views today

More Stories
เลือกตั้ง 69: “เศรษฐวัฒนธรรม” สู่สันติภาพกินได้: ข้อเสนอจากพรรคเป็นธรรม
เลือกตั้ง 69: “เศรษฐวัฒนธรรม” ข้อเสนอจากพรรคเป็นธรรม
“ตรรกะวิบัติ” เมื่อผู้ใหญ่สอนให้รับเงินซื้อเสียง: บทเรียนจากเด็กจริยธรรมศึกษาถึงนักการเมืองรุ่นใหญ่ ดังนั้น เมื่อพูดพลาดแล้วขออภัยอัลลอฮ์ ขอโทษสังคม