อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
กัวลาลัมเปอร์ (4 มกราคม 2569) – ดาโต๊ะ สรี อันวาร์ อิบรอฮีม นายกรัฐมนตรีมาเลเซีย ออกแถลงการณ์แสดงความกังวลอย่างรุนแรงต่อกรณีที่กองทัพสหรัฐฯ ปฏิบัติการควบคุมตัว นายนิโคลัส มาดูโร ประธานาธิบดีเวเนซุเอลาและภริยา โดยระบุว่าเป็นการกระทำที่เหนือกฎหมายและบ่อนทำลายอธิปไตยของรัฐ
ประณามการใช้กำลังบ่อนทำลายระเบียบโลก
นายกรัฐมนตรีมาเลเซียระบุว่า ปฏิบัติการทางทหารของสหรัฐฯ ในครั้งนี้มี “ขอบเขตและลักษณะที่ผิดปกติ” พร้อมย้ำชัดว่านี่คือการละเมิดกฎหมายระหว่างประเทศอย่างชัดเจน โดยเขากล่าวว่า:
“การใช้กำลังจากภายนอกเพื่อถอดถอนหัวหน้ารัฐบาลที่อยู่ในตำแหน่ง ถือเป็นการสร้างบรรทัดฐานที่อันตราย ซึ่งจะทำลายข้อจำกัดในการใช้อำนาจระหว่างรัฐและทำให้โครงสร้างความมั่นคงของโลกอ่อนแอลง”
จี้ปล่อยตัว ‘มาดูโร’ ทันที
ทางการมาเลเซียเรียกร้องให้มีการปล่อยตัวประธานาธิบดีมาดูโรและภริยาโดยไม่มีเงื่อนไขและไม่ประวิงเวลา โดยอันวาร์เน้นย้ำว่า “อนาคตทางการเมืองของเวเนซุเอลาควรเป็นสิทธิขาดของประชาชนในประเทศเท่านั้น” ไม่ใช่เกิดจากการแทรกแซงโดยขุมกำลังจากภายนอก ซึ่งประวัติศาสตร์พิสูจน์แล้วว่ามักนำมาซึ่งความเสียหายมากกว่าผลดี
จุดยืนมาเลเซีย: เน้นการทูตแทนการใช้ความรุนแรง
ท่ามกลางวิกฤตเศรษฐกิจและสังคมที่รุมเร้าเวเนซุเอลา นายอันวาร์มองว่าทางออกเดียวที่ยั่งยืนคือ “การมีส่วนร่วมอย่างสร้างสรรค์” (Constructive Engagement) และการหันหน้าเข้าหากันเพื่อเจรจา เพื่อปกป้องชีวิตของพลเรือนและรักษาอธิปไตยของประเทศ
การออกมาเคลื่อนไหวของมาเลเซียในครั้งนี้ ถูกมองว่าเป็นการส่งสัญญาณจากภูมิภาคเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ไม่เห็นด้วยกับการใช้อำนาจฝ่ายเดียว (Unilateralism) ของมหาอำนาจ และเป็นการย้ำเตือนให้โลกกลับมาเคารพหลักการอยู่ร่วมกันโดยสันติ
อ้างอิงจาก
https://www.facebook.com/share/p/16XXCX9riK/?mibextid=wwXIfr
13,886 total views, 20 views today

More Stories
สูญเสียครั้งใหญ่! วงการศึกษาอิสลามอินโดนีเซียและโลกอิสสลาม อาลัย “ศ.ดร. เค.เอช. อะมัล ฟัตฮุลลอฮ์ ซัรกัสชี” ผู้นำปอเนาะกอนตอร์ ถึงแก่กรรม
วิกฤตการเมืองรัฐเปอร์ลิส ประเทศมาเลเซีย ปลายปี 2025
ถอดรหัส ครม. ศาสนาใหม่มาเลเซีย: การผงาดของ ‘รัฐมนตรีหญิง’ และวิสัยทัศน์อาเซียนของ ‘ดร. ซุลกิฟลี’ (ฝ่ายชาย)