พฤศจิกายน 8, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

แววตาที่รอคอย ความจริงที่หล่นหาย — เมื่อ “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” ต้องทวงถามสัญญากว่า 40 ปี กลางห้องประชุม ม.อ.ปัตตานี

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ปัตตานี — 2 พฤศจิกายน 2569

เสียงสะท้อนก้องกังวานขึ้นอีกครั้งภายในห้องประชุมศรีวังสา ชั้น 3 คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี ท่ามกลางบรรยากาศที่อบอวลไปด้วยความอึดอัด ความคาดหวัง และร่องรอยแห่งความเหนื่อยล้าบนใบหน้าของผู้ผ่านศึกความขัดแย้งทางการเมืองถึงขั้นจับอาวุธในอดีต

ในฐานะผู้เขียนที่ได้นั่งฟังและอยู่ในเหตุการณ์ สภาพบรรยากาศในวันนั้นไม่ได้เป็นเพียงแค่การประชุมวิชาการหรือเวทีรับฟังนโยบายทั่วไป หากแต่เป็น “พื้นที่แห่งความจริงอันเจ็บปวด” เมื่อได้สบตาและเห็นแววตาของตัวแทนกลุ่ม (2คน) “ผู้ร่วมพัฒนาชาติไทย” (พธท.) จังหวัดชายแดนใต้

แววตาคู่นั้นไม่ได้สะท้อนความโกรธเกรี้ยว แต่มันฉายแววความอ่อนล้า วิตกกังวล และคำถามตัวโตๆ ที่ซ่อนอยู่ภายใต้รอยย่นแห่งวัย ว่าเหตุใด… สัญญาที่รัฐเคยให้ไว้เมื่อครั้งอดีตตามคำสั่ง 66/2523 จึงกลายเป็นเพียงกระดาษเปล่าที่พวกเขาต้องถือเดินทางตระเวน “ยื่นแล้วยื่นเล่า สะท้อนแล้วสะท้อนเล่า” ทั้งที่เคยเดินทางไปยื่นหนังสือถึงกลางใจเมือง ณ อาคารรัฐสภามาแล้ว ในปี 65 (อ่านเนื้อหาข่าว อ้างอิงจาก

https://mgronline.com/politics/detail/9650000008764)

แต่สุดท้ายก็ยังต้องกลับมานั่งสะท้อนปัญหาและยื่นหนังสือซ้ำซากในพื้นที่แห่งนี้อีกครั้ง

เหตุการณ์ในห้องประชุมวันนั้นเกิดขึ้นระหว่างภารกิจลงพื้นที่ของ คณะกรรมาธิการความมั่นคงแห่งรัฐ กิจการชายแดนไทย ยุทธศาสตร์ชาติ และการปฏิรูปประเทศ สภาผู้แทนราษฎร นำโดย นายมณเฑียร สงฆ์ประชา ประธานคณะกรรมาธิการฯ และ นายคอซีย์ มามุ สส.ปัตตานี เขต 2 พรรคภูมิใจไทย ในฐานะประธานคณะอนุกรรมาธิการพิจารณาศึกษาแนวทางการเสริมสร้างกระบวนการสันติภาพฯ พร้อมด้วย ตัวแทนสส.หลายท่าน ที่เป็น คณะอนุกรรมการฯ นายนัจมุดดีน อุมา และมีตัวแทนจาก ศอ.บต. (โดย นาวาเอก จักรพงษ์ อภิมหาธรรม) เข้าร่วมรับฟัง โดยมีเป้าหมายเพื่อขับเคลื่อนปัญหาชายแดนใต้ผ่านกลไกสภาฯ

ทว่า ท่ามกลางข้อเสนอเชิงนโยบายระดับมหภาค เสียงของตัวแทน พธท. กลับดึงห้องประชุมกลับสู่ความจริงอันรวดร้าว พวกเขามายืนยันตัวตนในฐานะตัวแทนของ 1,401 ชีวิต (ครอบคลุมทั้งอดีตแนวร่วม BRN, BNPP, PULO, MUJAHIDEEN และ จคม.) ที่ตกหล่นจากระบบเยียวยาและยังไม่ได้รับความเป็นธรรมตามพันธสัญญาในอดีต

ภาพที่ปรากฏต่อสายตาผู้เขียนในห้องประชุม ม.อ.ปัตตานี วันนั้น คือภาพสะท้อนของ “วงจรอุบาทว์แห่งการทวงสิทธิ์” ที่ประชาชนผู้สูงวัยกลุ่มนี้ต้องวิ่งรอกยื่นหนังสือทั้งในส่วนกลาง (รัฐสภา) และภูมิภาค (ม.อ.) ซ้ำแล้วซ้ำเล่าอย่างไร้ความแน่นอนจากกลไกราชการ

และเมื่อมองภาพนี้เชื่อมโยงไปยัง “โต๊ะพูดคุยสันติสุขที่กัวลาลัมเปอร์ (KL)” ที่ภาครัฐพยายามผลักดันอยู่ในปัจจุบัน (ซึ่งคณะ กมธ. ได้เดินทางไปหารือต่อกับแม่ทัพภาคที่ 4 และฝ่ายความมั่นคงในเวลาต่อมา) มันอดไม่ได้ที่จะตั้งคำถามที่ดังยิ่งกว่าเสียงในห้องประชุมว่า:

      ในเมื่อสัญญาอายุกว่า 40 ปีตามคำสั่ง 66/2523 รัฐไทยยังทำให้ลุล่วงไม่ได้ และปล่อยให้ผู้เคยร่วมพัฒนาชาติไทยต้องมานั่งทวงถามซ้ำซากทั้งที่รัฐสภาและ ม.อ.ปัตตานี แล้วใครเล่าจะกล้าเอาอนาคตและความปลอดภัยมาฝากไว้กับสัญญาบนโต๊ะเจรจาในปัจจุบัน?

แววตาในห้องประชุมวันนั้น จึงไม่ใช่แค่เรื่องราวของอดีตสหายที่มาทวงเงินเยียวยา แต่เป็น “กระจกบานใหญ่” ที่ส่องให้เห็นว่า การสร้างสันติภาพที่ยั่งยืน จะเกิดขึ้นไม่ได้เลย หากรัฐไทยยังไม่เรียนรู้ที่จะ “รักษาสัญญา” กับประชาชนของตนเองให้ดีเสียก่อน

หมายเหตุ อ่านรายงานก่อนหน้านี้ใน

https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/58284

https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/58290

https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/58310

https://csite.thaipbs.or.th/newsdetail/58311

 15,136 total views,  456 views today

You may have missed