
วันที่ 3 กรกฎาคม 2569 ณ เรือนจำกลางยะลา นายมูฮัมหมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา เป็นประธานในพิธีปิดโครงการฝึกอบรมเตรียมความพร้อมก่อนปล่อย โครงการพระราชทานในพระบาทสมเด็จพระวชิรเกล้าเจ้าอยู่หัว “โคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง กรมราชทัณฑ์” ตามพระราชกฤษฎีกาพระราชทานอภัยโทษ พ.ศ. 2569 รุ่นที่ 8/1 พร้อมทั้งมอบเกียรติบัตรให้แก่ผู้ผ่านการอบรม โดยมี นายธวัช เอียดทิม ผู้บัญชาการเรือนจำกลางยะลา เป็นผู้กล่าวรายงานถึงผลสำเร็จของโครงการ
โครงการดังกล่าวจัดขึ้นระหว่างวันที่ 19 มิถุนายน ถึง 2 กรกฎาคม 2569 รวมระยะเวลา 14 วัน มีผู้ต้องขังที่ได้รับพระราชทานอภัยโทษเข้ารับการอบรมทั้งสิ้น 98 คน (แบ่งเป็นผู้ต้องขังชาวไทย 97 คน และชาวต่างชาติ 1 คน) ซึ่งได้รับพระราชทานอภัยโทษในโอกาสพระราชพิธีมหามงคลเฉลิมพระชนมพรรษา 4 รอบ สมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี 3 มิถุนายน 2569

ฝึกจริง เจ็บจริง แก้ปัญหาจริง 3 ขั้นตอนสู่การพึ่งพาตนเอง
ตลอดการฝึกอบรม หลักสูตรได้มุ่งเน้นการปรับเปลี่ยนทัศนคติ การสร้างวินัย และการลงมือปฏิบัติจริงในพื้นที่จำลองผ่าน 3 ขั้นตอนหลัก คือ
- การอบรมพึ่งตนเองด้วยทฤษฎีเศรษฐกิจพอเพียง
- การแปลงทฤษฎีสู่การปฏิบัติ ตั้งแต่การออกแบบพื้นที่ขนาดเล็กตามภูมิสังคมลงบนกระดาษ ไปจนถึงการปฏิบัติจริงในคอนเซปต์ “ปั้นโคก ขุดหนอง ทำนา” และการวางแผนปลูกป่า 3 อย่าง ประโยชน์ 4 อย่าง เพื่อให้เกิดสภาวะ “พอกิน พออยู่ พอใช้ พอร่มเย็น”
- การสรุปและประเมินผล
ผู้ต้องขังทั้งหมดผ่านเกณฑ์การประเมินในระดับ “ดีมาก”
รองผู้ว่าฯ ยะลา ฝากข้อคิด “กลับตนเป็นพลเมืองดี สานต่อปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง”
ในโอกาสนี้ นายมูฮัมหมัด ศานติภิมุข รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา ได้กล่าวให้โอวาทและฝากข้อคิดสำคัญถึงผู้ต้องขังที่กำลังจะได้รับอิสรภาพ โดยเน้นย้ำให้ทุกคนนำความรู้และทักษะที่ได้รับไปปรับใช้ในชีวิตประจำวันภายหลังพ้นโทษอย่างจริงจัง ดำเนินชีวิตตามหลักปรัชญาเศรษฐกิจพอเพียง เพื่อให้สามารถพึ่งพาตนเองได้ มีคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น และที่สำคัญที่สุดคือ การตั้งมั่นในการกลับตนเป็นพลเมืองดี ละทิ้งความผิดพลาดในอดีต แล้วหันมาสร้างประโยชน์ นำความรู้ไปประกอบอาชีพสุจริต เพื่อร่วมเป็นพลังสำคัญในการพัฒนาประเทศชาติให้เจริญก้าวหน้าต่อไป
“ขอให้ทุกคนสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงเมตตาพระราชทานโครงการนี้ และขอให้กลับตนเป็นพลเมืองดีเพื่อพัฒนาสังคมร่วมกัน” รองผู้ว่าราชการจังหวัดยะลากล่าว
เสียงสะท้อนจากส่วนลึก “ซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณ พร้อมเริ่มต้นชีวิตใหม่”
ด้านผู้ต้องขังที่เข้าร่วมโครงการต่างแสดงความรู้สึกซาบซึ้งในพระมหากรุณาธิคุณอย่างหาที่สุดมิได้ ของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ที่ทรงพระราชทาน “โครงการโคกหนองนาแห่งน้ำใจและความหวัง” ซึ่งเปรียบเสมือนการให้โอกาสและยื่นสะพานสู่ชีวิตใหม่
หลายคนเปิดเผยว่า โครงการนี้ทำให้พวกเขามีวิชาชีพติดตัวที่มั่นคงหลังจากที่เคยตักตวงบทเรียนจากการก้าวพลาดในอดีต โดยตั้งใจอย่างแน่วแน่ว่าจะนำศาสตร์พระราชานี้กลับไปใช้พัฒนาพื้นที่ทำกินของตนเอง และพร้อมที่จะส่งต่อ ถ่ายทอด และพัฒนาภูมิปัญญานี้ให้แก่คนในชุมชน เพื่อร่วมกันสร้างสังคมที่ยั่งยืนต่อไป

24,564 total views, 2 views today

More Stories
ตำรวจนราธิวาส เปิดแผนจับมือสรรพสามิต-ศุลกากร-ทหาร บุกทลายรังบิ๊กล็อต ทะลายยาสูบเถื่อนข้ามชาติคาบ้านร้างตากใบ ยึดบุหรี่นอก “กูดังการัม” กว่า 4.5 ล้านมวน มูลค่าปรับทะลุฟ้า 162 ล้านบาท!
ด่าน ตม.เบตง เข้าประสานวัดพุทธาธิวาส หารือแนวทางดูแลชาวต่างชาติที่เข้ามาบวชเรียน ปฏิบัติธรรม ย้ำต้องแจ้งที่พักตามกฎหมาย ป้องกันการใช้วีซ่าผิดประเภท
ด่านศุลกากรเบตง ด่านตรวจคนเข้าเมืองเบตง ร่วมกับหน่วยเฉพาะกิจยะลา บูรณาการความร่วมมือ ป้องกัน-ปราบปรามการกระทำผิดกฎหมาย พร้อมดูแลความมั่นคงพื้นที่ชายแดน