อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) :
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

ท่ามกลางกระแสการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับมหภาค พื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา กำลังเผชิญกับคำถามสำคัญที่ท้าทายหัวใจคนในพื้นที่ว่า “การพัฒนาที่แท้จริงคืออะไร?” เมื่อเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่ต้องเผชิญกับปัญหามลพิษในปัจจุบันเริ่มดังขึ้น พร้อมกับความกังวลต่ออนาคตหากต้องแบกรับภาระจากโครงการนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่
ปัญหาที่ “พอแล้ว” ของคนจะนะ
ในทุกวันนี้ ชาวจะนะจำนวนไม่น้อยกำลังตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการแลกมาด้วยคุณภาพชีวิตที่ลดลง น้ำเสียที่ถูกปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ อากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่น PM 2.5 และกลิ่นเหม็นที่ต้องสูดดมทุกวัน รวมถึงจำนวนปลาในคลองนาทับที่นับวันยิ่งลดน้อยลง สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนว่าระบบนิเวศในพื้นที่กำลังแบกรับภาระหนักเกินไป และสำหรับคนในพื้นที่คำตอบที่ชัดเจนที่สุดในขณะนี้คือ “พอแล้ว” เพราะสิ่งที่สูญเสียไปนั้นยากจะประเมินค่า
ทรัพยากรคือต้นทุนทางเศรษฐกิจที่แท้จริง
รายงานการศึกษาจาก Voice of Chana ระบุอย่างชัดเจนว่า ทะเลและชายฝั่งอำเภอจะนะมีความอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง ด้วยความหลากหลายของสัตว์น้ำกว่า 100 ชนิด ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นรายได้หลักของชาวประมงพื้นบ้าน แต่ยังเป็น “ความมั่นคงทางอาหาร” ของประเทศ รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนของกลุ่มอาชีพประมงและผู้เลี้ยงนกเขาชวาในพื้นที่นั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของจังหวัดสงขลาเสียด้วยซ้ำ
นี่คือภาพสะท้อนว่า “วิถีเดิมไม่ได้ล้าหลัง แต่เป็นวิถีที่พึ่งพาทรัพยากรอย่างยั่งยืน” หากต้องเปลี่ยนคนเหล่านี้ไปเป็นแรงงานไร้ฝีมือในโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากจะเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีและรายได้แล้ว ยังเป็นการทำลายความมั่นคงทางอาชีพที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน
ความเสี่ยงที่มาพร้อมกับนิคมอุตสาหกรรม
หากโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเกิดขึ้นจริง ผลกระทบที่คาดการณ์ไว้นั้นน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะมลพิษ 5 ชนิดที่จะกลายเป็นเพื่อนบ้านใหม่ของชาวจะนะ ได้แก่:
- ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5 และ PM10)
- ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)
- สารปรอท
มลพิษเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ร่างกาย แต่ยังทำลายสุขภาพจิตและวิถีการเกษตร รวมถึงการทำท่าเรือน้ำลึกที่อาจนำไปสู่การถมทะเล การเปลี่ยนเส้นทางของกระแสน้ำ และการสะสมของโลหะหนักในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพสินค้าประมงที่เป็นหน้าเป็นตาของจะนะ
“ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่มีความมั่นคงอย่างแท้จริง ไม่ควรอยู่บนเงื่อนไขของการแลกเปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพของคนในพื้นที่”
ก้าวต่อไป: การรับฟังที่ต้องมากกว่าแค่รายงาน
รายงานฉบับนี้ไม่ได้เพียงแค่ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยง แต่ยังได้รวบรวมข้อเสนอจากกลุ่มเยาวชน ประมง และกลุ่มผู้เลี้ยงนกเขาชวา ซึ่งทุกคนล้วนเห็นพ้องในทิศทางเดียวกันว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของทรัพยากรที่มีอยู่ ไม่ใช่การทำลายเพื่อสร้างใหม่ที่สร้างความเหลื่อมล้ำและปัญหาสิ่งแวดล้อม
ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ผู้กำหนดนโยบายจะหันมามอง “จะนะ” ในมุมที่ไม่ได้มองผ่านตัวเลขนิคมอุตสาหกรรม แต่เป็นมุมที่มองเห็นคุณค่าของลมหายใจที่สะอาด ทะเลที่อุดมสมบูรณ์ และรอยยิ้มของคนในพื้นที่ที่ยังคงยึดมั่นในวิถีชีวิตดั้งเดิมอย่างภาคภูมิใจ?
แล้วคุณคิดว่า การพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดที่ยั่งยืนที่สุดสำหรับชาวจะนะควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร?
หมายเหตุ
รายงาน เสียงแห่งจะนะ Voice of Chana
“รายงาน “เสียงแห่งจะนะ” เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน นักวิชาการ และภาคประชาสังคม โดยมีข้อมูลคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และข้อมูลฉากทัศน์ความเสี่ยงด้านผลกระทบทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านมลพิษทางอากาศ และทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หากมีโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเกิดขึ้น รวมถึงผลลัพธ์จากกระบวนการเปิดพื้นที่รับข้อเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนที่มาจากการระดมความเห็นของประชาชนหลากหลายอาชีพ ”
อ่านรายงานฉบับเต็มใน
https://www.greenpeace.org/thailand/publication/28782/voice-of-chana-report/
223 total views, 223 views today

More Stories
อำเภอเบตงจัดประชุม พชอ. บูรณาการทุกภาคส่วน ยกระดับคุณภาพชีวิตประชาชนสู่ความยั่งยืน
เปิดฉากมิติใหม่! ชายแดนใต้คึกคัก ดัน “Soft Loan ผ่านสหกรณ์อิสลาม” ปลดล็อกทุนฐานราก สร้างสุขภาวะ-การศึกษาที่ยั่งยืน
พลิกโฉมการศึกษาชายแดนใต้: พลัง “พหุภาษา” ผสานความร่วมมือมหาวิทยาลัย สู่ทางออกที่ยั่งยืน