มิถุนายน 10, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

จะนะ: ทางแพร่งระหว่าง “อุตสาหกรรม” กับ “ลมหายใจและวิถีชีวิต” ที่ยั่งยืน “ ปัญหาที่ “พอแล้ว” ของคนจะนะ”

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) :

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

   

      ท่ามกลางกระแสการพัฒนาเศรษฐกิจในระดับมหภาค พื้นที่อำเภอจะนะ จังหวัดสงขลา กำลังเผชิญกับคำถามสำคัญที่ท้าทายหัวใจคนในพื้นที่ว่า “การพัฒนาที่แท้จริงคืออะไร?” เมื่อเสียงสะท้อนจากชาวบ้านที่ต้องเผชิญกับปัญหามลพิษในปัจจุบันเริ่มดังขึ้น พร้อมกับความกังวลต่ออนาคตหากต้องแบกรับภาระจากโครงการนิคมอุตสาหกรรมขนาดใหญ่

ปัญหาที่ “พอแล้ว” ของคนจะนะ

     ในทุกวันนี้ ชาวจะนะจำนวนไม่น้อยกำลังตั้งคำถามถึงความคุ้มค่าของการแลกมาด้วยคุณภาพชีวิตที่ลดลง น้ำเสียที่ถูกปล่อยลงแหล่งน้ำธรรมชาติ อากาศที่เต็มไปด้วยฝุ่น PM 2.5 และกลิ่นเหม็นที่ต้องสูดดมทุกวัน รวมถึงจำนวนปลาในคลองนาทับที่นับวันยิ่งลดน้อยลง สิ่งเหล่านี้คือสัญญาณเตือนว่าระบบนิเวศในพื้นที่กำลังแบกรับภาระหนักเกินไป และสำหรับคนในพื้นที่คำตอบที่ชัดเจนที่สุดในขณะนี้คือ “พอแล้ว” เพราะสิ่งที่สูญเสียไปนั้นยากจะประเมินค่า

ทรัพยากรคือต้นทุนทางเศรษฐกิจที่แท้จริง

     รายงานการศึกษาจาก Voice of Chana ระบุอย่างชัดเจนว่า ทะเลและชายฝั่งอำเภอจะนะมีความอุดมสมบูรณ์อย่างยิ่ง ด้วยความหลากหลายของสัตว์น้ำกว่า 100 ชนิด ซึ่งไม่เพียงแต่เป็นรายได้หลักของชาวประมงพื้นบ้าน แต่ยังเป็น “ความมั่นคงทางอาหาร” ของประเทศ รายได้เฉลี่ยต่อครัวเรือนของกลุ่มอาชีพประมงและผู้เลี้ยงนกเขาชวาในพื้นที่นั้นสูงกว่าค่าเฉลี่ยของจังหวัดสงขลาเสียด้วยซ้ำ

      นี่คือภาพสะท้อนว่า “วิถีเดิมไม่ได้ล้าหลัง แต่เป็นวิถีที่พึ่งพาทรัพยากรอย่างยั่งยืน” หากต้องเปลี่ยนคนเหล่านี้ไปเป็นแรงงานไร้ฝีมือในโรงงานอุตสาหกรรม นอกจากจะเป็นการลดทอนศักดิ์ศรีและรายได้แล้ว ยังเป็นการทำลายความมั่นคงทางอาชีพที่สั่งสมมาหลายชั่วอายุคน

ความเสี่ยงที่มาพร้อมกับนิคมอุตสาหกรรม

     หากโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเกิดขึ้นจริง ผลกระทบที่คาดการณ์ไว้นั้นน่ากังวลอย่างยิ่ง โดยเฉพาะมลพิษ 5 ชนิดที่จะกลายเป็นเพื่อนบ้านใหม่ของชาวจะนะ ได้แก่:

  • ฝุ่นละอองขนาดเล็ก (PM2.5 และ PM10)
  • ก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ (SO2) และไนโตรเจนไดออกไซด์ (NO2)
  • สารปรอท

     มลพิษเหล่านี้ไม่ได้ส่งผลเพียงแค่ร่างกาย แต่ยังทำลายสุขภาพจิตและวิถีการเกษตร รวมถึงการทำท่าเรือน้ำลึกที่อาจนำไปสู่การถมทะเล การเปลี่ยนเส้นทางของกระแสน้ำ และการสะสมของโลหะหนักในห่วงโซ่อาหาร ซึ่งจะส่งผลโดยตรงต่อคุณภาพสินค้าประมงที่เป็นหน้าเป็นตาของจะนะ

“ความก้าวหน้าทางเศรษฐกิจที่มีความมั่นคงอย่างแท้จริง ไม่ควรอยู่บนเงื่อนไขของการแลกเปลี่ยนทรัพยากรธรรมชาติและสุขภาพของคนในพื้นที่”

ก้าวต่อไป: การรับฟังที่ต้องมากกว่าแค่รายงาน

     รายงานฉบับนี้ไม่ได้เพียงแค่ชี้ให้เห็นถึงความเสี่ยง แต่ยังได้รวบรวมข้อเสนอจากกลุ่มเยาวชน ประมง และกลุ่มผู้เลี้ยงนกเขาชวา ซึ่งทุกคนล้วนเห็นพ้องในทิศทางเดียวกันว่า การพัฒนาที่ยั่งยืนควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของทรัพยากรที่มีอยู่ ไม่ใช่การทำลายเพื่อสร้างใหม่ที่สร้างความเหลื่อมล้ำและปัญหาสิ่งแวดล้อม

     ถึงเวลาแล้วหรือยังที่ผู้กำหนดนโยบายจะหันมามอง “จะนะ” ในมุมที่ไม่ได้มองผ่านตัวเลขนิคมอุตสาหกรรม แต่เป็นมุมที่มองเห็นคุณค่าของลมหายใจที่สะอาด ทะเลที่อุดมสมบูรณ์ และรอยยิ้มของคนในพื้นที่ที่ยังคงยึดมั่นในวิถีชีวิตดั้งเดิมอย่างภาคภูมิใจ?

แล้วคุณคิดว่า การพัฒนาพื้นที่บ้านเกิดที่ยั่งยืนที่สุดสำหรับชาวจะนะควรมีหน้าตาเป็นอย่างไร?

หมายเหตุ

รายงาน เสียงแห่งจะนะ Voice of Chana

“รายงาน “เสียงแห่งจะนะ” เกิดขึ้นภายใต้ความร่วมมือระหว่างภาคประชาชน นักวิชาการ และภาคประชาสังคม โดยมีข้อมูลคุณค่าทางเศรษฐกิจ สังคม และข้อมูลฉากทัศน์ความเสี่ยงด้านผลกระทบทางทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม โดยเฉพาะด้านมลพิษทางอากาศ และทรัพยากรทางทะเลและชายฝั่ง หากมีโครงการนิคมอุตสาหกรรมจะนะเกิดขึ้น รวมถึงผลลัพธ์จากกระบวนการเปิดพื้นที่รับข้อเสนอแนวทางการพัฒนาพื้นที่อย่างยั่งยืนที่มาจากการระดมความเห็นของประชาชนหลากหลายอาชีพ ”

อ่านรายงานฉบับเต็มใน

https://www.greenpeace.org/thailand/publication/28782/voice-of-chana-report/

 223 total views,  223 views today