
ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันที่ 8 มิ.ย. 2569 ที่ห้องประชุมขุนคีรี สำนักงานเขตพื้นที่การศึกษาประถมศึกษาปัตตานี เขต 2 อ.โคกโพธิ์ จ.ปัตตานี นายไชยพร นิยมแก้ว รองผู้ว่าราชการจังหวัดปัตตานี เป็นประธานเปิดการประชุมปฐมนิเทศโครงการจ้างวิศวกรที่ปรึกษาสำรวจและออกแบบทางหลวง 4 ช่องจราจร บนทางหลวงหมายเลข 42 สายคลองแงะ–จุดผ่านแดนถาวรสุไหงโก-ลก (ตอนนาจวก–ดอนยาง จ.ปัตตานี)
การประชุมจัดขึ้นเพื่อนำเสนอรายละเอียดโครงการ แนวทางการศึกษา และรับฟังความคิดเห็นจากหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน องค์กรปกครองส่วนท้องถิ่น และประชาชนในพื้นที่ เพื่อนำไปประกอบการออกแบบโครงการให้มีความเหมาะสมและเกิดประโยชน์สูงสุด
สำหรับทางหลวงหมายเลข 42 เป็นเส้นทางสายหลักที่เชื่อมโยงพื้นที่ชายแดนภาคใต้ โดยช่วงนาจวก–ดอนยาง จ.ปัตตานี มีปริมาณการจราจรเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้เกิดปัญหาการจราจรติดขัดและอุบัติเหตุบ่อยครั้ง กรมทางหลวงจึงมีแผนขยายถนนจาก 2 ช่องจราจรในบางช่วง เป็น 4 ช่องจราจรตลอดแนว ระยะทางประมาณ 7.45 กิโลเมตร
นอกจากนี้ ยังมีแนวทางพัฒนาจุดตัดทางรถไฟในพื้นที่ตำบลโคกโพธิ์ ซึ่งปัจจุบันเป็นจุดตัดระดับเดียวกัน ทำให้เกิดความล่าช้าและข้อจำกัดด้านความปลอดภัย โดยอยู่ระหว่างการศึกษาการก่อสร้างทางต่างระดับเพื่อลดปัญหาการจราจรสะสม
เช่นเดียวกับ แยกนาเกตุ ซึ่งเป็นจุดเชื่อมต่อสำคัญของหลายเส้นทาง ทั้งรถทางตรงและทางเลี้ยว ทำให้เกิดจุดตัดจำนวนมาก และอาจเกิดความล่าช้าในช่วงที่ปริมาณจราจรหนาแน่น จะมีการพิจารณาปรับปรุงเป็นทางแยกต่างระดับหรือสะพานยกระดับ เพื่อเพิ่มความคล่องตัวและความปลอดภัยในการเดินทาง
โครงการดังกล่าวคาดว่าจะช่วยบรรเทาปัญหาการจราจรติดขัด เพิ่มประสิทธิภาพโครงข่ายทางหลวงในพื้นที่ เชื่อมโยงการเดินทางระหว่างจังหวัดและพื้นที่ชายแดนได้อย่างสะดวก รวดเร็ว และปลอดภัยมากยิ่งขึ้น อีกทั้งยังเป็นการสนับสนุนการเติบโตทางเศรษฐกิจ การค้า การลงทุน และการท่องเที่ยวของพื้นที่ชายแดนใต้ ตลอดจนช่วยยกระดับคุณภาพชีวิตของประชาชนในระยะยาว
ทั้งนี้ กรมทางหลวงจะรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากทุกภาคส่วนเพื่อนำไปประกอบการศึกษาและออกแบบรายละเอียดโครงการให้มีความสมบูรณ์มากยิ่งขึ้น พร้อมเดินหน้าจัดกิจกรรมการมีส่วนร่วมของประชาชนอย่างต่อเนื่อง เพื่อสร้างความเข้าใจและเผยแพร่ข้อมูลที่ถูกต้องแก่ประชาชนและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องตลอดระยะเวลาการดำเนินโครงการ
อย่างไรก็ตาม กรมทางหลวงได้ว่าจ้างกลุ่มบริษัทที่ปรึกษา ประกอบด้วย
- บริษัท นอร์ซีฟ เอ็นจิเนียริ่ง จำกัด
- บริษัท อินทิเกรเทด เอนจิเนียริ่ง คอนชัลแทนท์ จำกัด
- บริษัท ธารา ไลน์ จำกัด
- บริษัท เคพีเอ็มอี จำกัด
ดำเนินการสำรวจและออกแบบโครงการ รวมถึงศึกษาผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อมและการมีส่วนร่วมของประชาชน โดยมีระยะเวลาศึกษาโครงการรวม 450 วัน
ภาพ/ข่าว: มะอายือมิง สาแล๊ะ

238 total views, 238 views today

More Stories
ชื่นชมปัตตานี เอฟซี: “ใช้พลังแห่งปัตตานี เอฟซี” โมเดลต้นแบบการยกระดับเศรษฐกิจฐานรากผ่านฟุตบอลอาชีพ
นักท่องเที่ยวมาเลเซีย: นอกจากท่องเที่ยววิถีวัฒนธรรมและอาหารแล้ว ยังถือโอกาสเยี่ยมญาติ แต่เสียดายการบริหารจัดการด่านสะเดาไม่เท่าทันยุค AI
ยกระดับคมนาคมไทย: ข้อเสนอเร่งด่วนในการพัฒนารถไฟสู่มาตรฐานที่เข้าถึงได้เพื่อทุกคน