อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) เรียบเรียง
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

สงขลา – 19 พฤษภาคม 2569 | ท่ามกลางกระแสโลกาภิวัตน์และการเติบโตทางเศรษฐกิจของประเทศจีน การเรียนรู้ภาษาจีนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้กำลังถูกยกระดับอย่างก้าวกระโดด ล่าสุดมีความเคลื่อนไหวครั้งสำคัญในการผสานความร่วมมือระหว่างภาคการศึกษาเอกชนไทยและสถานกงสุลใหญ่แห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน เพื่อปูทางสู่ความสำเร็จในเวทีวิชาการระดับสากล
เดินหน้าเจรจาขยายฐาน “ครูภาษาจีน” สู่ห้องเรียนเอกชน
เมื่อวันที่ 19 พฤษภาคม 2569 ประธานสภาที่ปรึกษาการบริหารและการพัฒนาจังหวัดชายแดนภาคใต้ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมการศึกษาเอกชนจังหวัดสงขลา (ปส.กช.) พร้อมด้วยคณะกรรมการ ปส.กช. จังหวัดสงขลา ได้เข้าพบและหารือร่วมกับ ท่านกงสุลประเทศจีนประจำจังหวัดสงขลา เพื่อวางรากฐานและขับเคลื่อนการยกระดับเยาวชนในพื้นที่
ประเด็นสำคัญในการหารือมุ่งเน้นไปที่การแก้ไขปัญหาและพัฒนาอย่างยั่งยืน 3 ด้านหลัก ได้แก่:
- การจัดหาครูสอนภาษาจีนเพิ่มเติม: เพื่อรองรับความต้องการของโรงเรียนเอกชนในจังหวัดสงขลาที่เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง
- การพัฒนาการศึกษาและความร่วมมือระหว่างประเทศ: การเชื่อมโยงหลักสูตร การสนับสนุนทุนการศึกษา และการแลกเปลี่ยนเชิงวิชาการระหว่างประเทศจีนและโรงเรียนเอกชนในพื้นที่
- การจัดกิจกรรมสร้างสรรค์ร่วมกัน: การปักหมุดกิจกรรมทางวัฒนธรรมและวิชาการระหว่างสถานกงสุลจีนฯ กับเครือข่ายโรงเรียนเอกชนในอนาคต
ต่อยอดความสำเร็จ สู่เป้าหมาย “พรีโอลิมปิกภาษาจีน”
การขยับตัวของภาคการศึกษาเอกชนในครั้งนี้ ถือเป็นยุทธศาสตร์สำคัญในการเตรียมความพร้อมให้กับนักเรียนในพื้นที่ชายแดนใต้ โดยเฉพาะการตั้งเป้าหมาย “ต่อยอดค่ายพรีโอลิมปิก ภาษาจีน” ซึ่งเป็นเวทีบ่มเพาะอัจฉริยภาพทางภาษาของเยาวชน ให้มีความพร้อมทั้งทักษะการฟัง พูด อ่าน เขียน และความเข้าใจในวัฒนธรรมจีนในระดับลึก
“ภาษาจีนไม่ใช่แค่ทางเลือก แต่คือโอกาส”
การได้รับความร่วมมือโดยตรงจากสถานกงสุลจีนประจำจังหวัดสงขลา จะช่วยเติมเต็มศักยภาพด้านบุคลากร (Native Speaker) และสื่อการเรียนรู้ที่ทันสมัย ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญในการผลักดันให้เด็กชายแดนใต้ก้าวไปสู่เวทีโอลิมปิกวิชาการได้อย่างภาคภูมิ
สานสัมพันธ์ไทย-จีน ขับเคลื่อนการพัฒนาที่ยั่งยืน
ความร่วมมือในครั้งนี้นอกจากจะช่วยยกระดับความสามารถทางภาษาของเยาวชนแล้ว ยังเป็นการกระชับความสัมพันธ์อันดีระหว่างประเทศไทยและประเทศจีนให้แน่นแฟ้นยิ่งขึ้นในระดับท้องถิ่น โดยมีบุคคลสำคัญในพื้นที่ อาทิ Pimlapas Linlapatpokin และ Kodaree Binsen ร่วมเป็นกลไกขับเคลื่อนและสนับสนุนการพัฒนาการศึกษาในครั้งนี้
การเปิดประตูสู่ภาษาที่สามของโรงเรียนเอกชนจังหวัดสงขลา จึงไม่เพียงแต่เป็นการสร้างข้อได้เปรียบทางวิชาการให้แก่เยาวชนไทยในชายแดนใต้เท่านั้น แต่ยังเป็นการเปิดประตูบานใหญ่สู่โอกาสทางอาชีพและการขับเคลื่อนเศรษฐกิจในภูมิภาคใต้ในอนาคตอย่างมั่นคง
แท็กที่เกี่ยวข้อง:
#การพัฒนาการศึกษาจังหวัดชายแดนภาคใต้ #โรงเรียนเอกชนจังหวัดสงขลา #ครูสอนภาษาจีน #การพัฒนาด้านภาษา #ความสัมพันธ์ระหว่างประเทศจีนไทย #กงสุลจีนสงขลา

1,279 total views, 187 views today

More Stories
พลิกโฉมห้องเรียนพหุวัฒนธรรม! “จริยธรรมศึกษามูลนิธิ” วางแผน จับมือ “มธ.-มก.” เพื่อระดมสมองพัฒนาหลักสูตรบูรณาการ 4 ภาษาเพื่อสันติภาพ
3 ข้อสังเกตเชิงยุทธศาสตร์และแนวปฏิบัติ (3 Key Observations & Actionable Insights) เพื่อนำไปประยุกต์ใช้ในการปรับการจัดการเรียนรู้ภาษาไทยในบริบทพหุภาษาให้สอดคล้องกับชีวิตจริงของผู้เรียนและชุมชน
“กฎโรงเรียน” ต้องไม่ล้ำเส้น “กฎพระเจ้า” ถอดบทเรียนกรณีศึกษาการยึดโทรศัพท์นักเรียนในโรงเรียนสอนศาสนา