อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน
นี่คือสรุปประเด็นสำคัญจากการชี้แจงของนายก่อแก้วครับ:
1. “เรื่องส่วนตัว ไม่ใช่เรื่องพรรค”
นายก่อแก้วพยายามขีดเส้นแบ่งชัดเจนว่า เหตุการณ์ตากใบเมื่อ 20 ปีที่แล้ว เป็นการปฏิบัติหน้าที่ของตัวบุคคล (อดีต สส. ที่เป็นนายทหารในขณะนั้น) พรรคเพื่อไทยในฐานะองค์กร “ไม่รู้มาก่อน” ว่าจะมีประเด็นทางกฎหมายลากยาวมาถึงปัจจุบัน
2. การแสดงความรับผิดชอบในมุมของพรรค
-
การลาออก: ยืนยันว่าเมื่อมีการฟ้องร้องและออกหมายจับ พรรคได้กดดันให้ สส. คนดังกล่าวลาออกจากสมาชิกพรรคแล้ว
-
ความเศร้าสลด: นายก่อแก้วระบุว่าในฐานะคนใต้เขาก็เสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น แต่ขอให้แยกแยะระหว่างการกระทำเฉพาะตัวบุคคลกับนโยบายของรัฐบาลปัจจุบัน
3. กลยุทธ์ “หนามยอกเอาหนามบ่ง”
มีการเปรียบเทียบกลับไปยังพรรคประชาชน (ปชน.) ว่า หากสมาชิกในพรรคไปพัวพันกับเรื่องเสื่อมเสีย เช่น พนันออนไลน์ ก็ไม่ควรโทษพรรคเช่นกัน เป็นการใช้ตรรกะ “ความผิดเฉพาะตัว” มาปกป้องพรรคเพื่อไทยจากแรงเสียดทานทางสังคม
วิเคราะห์มุมมอง
แม้เพื่อไทยจะพยายามสื่อสารว่าเป็นเรื่องส่วนบุคคล แต่ในทางความรู้สึกของสาธารณชน (โดยเฉพาะในพื้นที่ชายแดนใต้) คดีนี้มีความเชื่อมโยงกับ “สัญลักษณ์” ของพรรคอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ เนื่องด้วยตัวละครสำคัญในอดีตและปัจจุบันมีความเกี่ยวข้องกัน การตอบโต้ในลักษณะ “เปรียบเทียบความผิด” อาจช่วยลดแรงปะทะในเวทีดีเบตได้บ้าง แต่อาจไม่ช่วยเยียวยาความรู้สึกของผู้สูญเสียที่มองว่ากระบวนการยุติธรรมขาดความต่อเนื่อง
(หมายเหตุ อ้างอิงจากข่าว
ดีเบตเดือด! “ก่อแก้ว” สวนกลับ “ลิซ่า” ปมคดีตากใบ เมื่อ 20 ปีแล้ว
https://www.komchadluek.net/news/politics/613075)
10,958 total views, 2 views today

More Stories
ปฏิรูปโครงสร้างรัฐ: ยุติภารกิจซ้ำซ้อน เพื่อคืนงบประมาณสู่การพัฒนาประเทศ บทสะท้อนหลังเวทีงบฯ เดือด! “วีระ” ชงยุบ ป.ย.ป. “วันนอร์” เสนอยุบ กอ.รมน.
ศอ.บต. เร่งเครื่องเวทีที่ 3 เดินหน้าปรับปรุง พ.ร.บ. ฉบับใหม่ ชูจุดเด่น “รับฟังทุกภาคส่วน” ผ่านกระบวนการวิจัยจากจุฬาฯ
คณะกรรมการธรรมาภิบาลจังหวัดยะลาลงพื้นที่ตรวจสอบการใช้งบประมาณ เน้นความคุ้มค่า โปร่งใส เพื่อประโยชน์สูงสุดแก่ประชาชน