อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ: รากฐานที่ถูกต้องสู่อนาคตที่มั่นคง
การวางรากฐานการศึกษาเปรียบเสมือนการกลัดกระดุม หากเม็ดแรกถูกจัดวางอย่างถูกต้อง มั่นคง และแม่นยำ ก้าวต่อ ๆ ไปของการพัฒนาพลเมืองย่อมนำไปสู่ความสำเร็จที่ยั่งยืน
เมื่อวันที่ 28 มกราคม 2569 ณ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ (ม.อ.) วิทยาเขตปัตตานี ได้ปรากฏภาพประวัติศาสตร์ของการประสานพลังครั้งสำคัญระหว่าง “สถาบันอุดมศึกษาชั้นนำ” และ “สถานศึกษาในชุมชน” ผ่านพิธีลงนามบันทึกความเข้าใจ (MoU) ภายใต้แนวคิด “กระดุมเม็ดแรกแห่งการร่วมออกแบบพัฒนาการศึกษาและชุมชน” ระหว่าง ม.อ. ปัตตานี และ โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ (ปอเนาะโคกยาง) อ.จะนะ จ.สงขลา โดยมีสถานีบริการวิชาการชุมชนเทพาเป็นกลไกกลางในการเชื่อมต่อและขับเคลื่อนพันธกิจนี้ให้เกิดผลเป็นรูปธรรม (อ่านรายละเอียดข่าวก่อนหน้านี้ใน https://share.csitereport.com/share2024.php?post_id=53158)
ผนึกความเชี่ยวชาญ: จากทฤษฎีบนหิ้งสู่การปฏิบัติจริงในพื้นที่
ความโดดเด่นของความร่วมมือในครั้งนี้ คือการดึงเอา “จุดแข็ง” ของ ม.อ. ปัตตานี ในฐานะคลังปัญญาของภาคใต้ตอนล่าง มาบูรณาการเข้ากับบริบทท้องถิ่นอย่างลึกซึ้ง ผ่าน 3 มิติหลัก:
- ศาสตร์และศิลป์ที่ครบวงจร: การผสานความรู้ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสารสนเทศ (IT) เข้ากับสังคมศาสตร์ ภาษาศาสตร์ และอิสลามศึกษา เพื่อสร้างหลักสูตรที่ทันสมัยแต่ยังคงจิตวิญญาณดั้งเดิม
- โมเดลการศึกษาต้นแบบ: การถ่ายทอดองค์ความรู้และเทคนิคการจัดการเรียนการสอนจากโรงเรียนสาธิตฯ ของมหาวิทยาลัย (ตั้งแต่ระดับอนุบาลจนถึงมัธยมศึกษา) เพื่อยกระดับมาตรฐานการศึกษาของโรงเรียนเครือข่าย
- งานวิจัยที่กินได้: การนำนวัตกรรมและผลงานวิจัยมาปรับใช้เพื่อแก้ปัญหาและตอบโจทย์วิถีชีวิตของชาวจะนะ สร้างโอกาสใหม่ๆ ให้กับชุมชน
4 เสาหลักแห่งการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์
ภายใต้การลงนามโดย ผศ.ดร.อรุณีวรรณ บัวเนี่ยว (รองอธิการบดีฝ่ายวิจัยและพันธกิจสังคม ม.อ. ปัตตานี) และ นายอาซิซ สาเม๊าะ (ผู้รับใบอนุญาตโรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ) ทั้งสองหน่วยงานได้ปักหมุดหมายสำคัญไว้ 4 ด้าน ดังนี้:
- Smart Teachers & Students: มุ่งพัฒนาทักษะครูยุคใหม่ให้เท่าทันโลก และดึงศักยภาพที่ซ่อนอยู่ของนักเรียนออกมาอย่างเต็มที่
- Academic Service: ส่งมอบบริการวิชาการผ่านโครงการที่จับต้องได้ เน้นการลงมือทำมากกว่าเพียงทฤษฎีในตำรา
- Life Skills & Career: ไม่เพียงแต่นักเรียน แต่ยังขยายผลไปถึงการเสริมสร้างทักษะอาชีพและทักษะชีวิตให้แก่ผู้ปกครองและคนในชุมชน
- Cultural Identity: พัฒนาพื้นที่โดยยึดโยงกับวิถีชีวิต วัฒนธรรม และอัตลักษณ์ที่เป็นเอกลักษณ์ของจะนะเป็นตัวตั้ง
“การลงนามครั้งนี้ไม่ใช่เพียงพิธีกรรมบนแผ่นกระดาษ แต่เป็นการสร้าง ‘ระบบนิเวศการเรียนรู้ร่วมกัน’ (Learning Ecosystem) ที่น่าสนใจยิ่ง การนำเทคโนโลยีมาผสานกับสังคมศาสตร์และอิสลามศึกษา คือคำตอบของการศึกษาในศตวรรษที่ 21 ที่ต้องก้าวหน้าโดยไม่ทิ้งรากเหง้า”
นอกจากนี้ สถานีบริการวิชาการชุมชนเทพา ยังทำหน้าที่เป็น “ผู้อำนวยความสะดวกด้านปัญญา” (Knowledge Facilitator) คอยหนุนเสริมให้การส่งต่อความรู้จากรั้วมหาวิทยาลัยสู่โรงเรียนและชุมชนเป็นไปอย่างต่อเนื่อง ลดช่องว่างความเหลื่อมล้ำ และสร้างการเข้าถึงโอกาสอย่างแท้จริง
บทสรุป: ก้าวใหม่ของความยั่งยืนในชายแดนใต้
ก้าวใหม่ของจะนะและเทพาในวันนี้ คือคำมั่นสัญญาว่าการพัฒนาพื้นที่จะไม่ได้เดินอย่างโดดเดี่ยวอีกต่อไป แต่จะมี “พี่เลี้ยงทางวิชาการ” อย่าง ม.อ. ปัตตานี คอยประคับประคองและร่วมออกแบบอนาคต
เมื่อ “กระดุมเม็ดแรก” ถูกกลัดอย่างตั้งใจบนฐานของความเข้าใจและความร่วมมือ ผลลัพธ์ที่ตามมาคือความเข้มแข็งของชุมชนที่จะกลายเป็นต้นแบบการพัฒนาอย่างยั่งยืน (Sustainable Development) ให้กับพื้นที่อื่น ๆ ในจังหวัดชายแดนภาคใต้สืบไป
3,325 total views, 2 views today

More Stories
สมาคมสมาพันธ์โรงเรียนเอกชนภาคใต้ประณามเหตุรุนแรงระแงะ จี้คุ้มครองสถานศึกษาเป็นพื้นที่ปลอดภัย
Southern Private Schools Confederation Association (SPS) Partners with Universiti Utara Malaysia (UUM), Ranked 11th in ASEAN, to Elevate Islamic Private Education to International Standards
โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ จะนะ ร่วมกับ ศูนย์ ปภ. เขต 12 สงขลา จัดโครงการซ้อมแผนเผชิญเหตุ ประจำปี 2569 สร้างภูมิคุ้มกันความปลอดภัยในสถานศึกษา