มีนาคม 3, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

“ความท้าทาย ของ การสื่อสารอิสลาม” จากบทเรียนซีเรียถึงบาดแผลในสังคมไทย: เมื่อ “ครู” ต้องมิใช่ผู้ทำลายเอกภาพ

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ: วิกฤตมารยาทบนธรรมาสน์แห่งความรู้

     ในขณะที่โลกมุสลิมกำลังขานรับรุ่งอรุณใหม่จาก “กฎบัตรเอกภาพแห่งการสื่อสารอิสลาม” ณ กรุงดามัสกัส ที่มุ่งเน้นการยุติวาทกรรมเกลียดชัง (อ่านรายละเอียดเพิ่มเติมใน

https://share.csitereport.com/share2024.php?post_id=53504และ https://share.csitereport.com/share2024.php?post_id=53503)

      แต่ในสังคมมุสลิมไทยกลับเกิดปรากฏการณ์ที่สวนทาง เมื่อการบรรยายศาสนาในงานประจำปีของสถาบันการศึกษา (ปี 2569) กลายเป็นพื้นที่ผลิต “บาดแผลทางสังคม” ผ่านถ้อยคำหยาบคายและการด้อยค่าผู้อื่น ปรากฏการณ์นี้ตอกย้ำว่า “ปัญหาด้านวาจา” คือความท้าทายเร่งด่วนที่ต้องใช้หลักการ วะสะฏียะฮ์ (ทางสายกลาง) เข้ามาเยียวยา ดั่งที่ดร.อับดุลรอหมาน มูเก็ม หรือเอ. อาร์. มูเก็มได้สะท้อน( อ้างอิงใน

https://www.facebook.com/share/p/1Cao5kkT7g/?mibextid=wwXIfr)

เมื่อมรดกของนบีถูกส่งต่อด้วยวาทะที่ทำลายล้าง

     สาระสำคัญของกฎบัตรเอกภาพฯ ที่ซีเรียระบุชัดเจนถึงการ “ยอมรับความแตกต่าง” ทั้ง 4 มัซฮับ และ 3 สำนักคิดหลัก (อัชอารีย์, มาตุรีดีย์, อะห์ลุลหะดีษ) โดยมีเป้าหมายเพื่อ “ตัดวงจรการขัดแย้งรุนแรง” แต่สิ่งที่เกิดขึ้นในไลฟ์สดบรรยายศาสนาล่าสุด กลับเป็นการ:

  • การผลิตความเกลียดชัง: ใช้ฉายาเหยียดหยาม เช่น “ลูกหาบ” หรือ “กินหญ้า”
  • การด้อยค่าสถาบันหลัก: พาดพิงท่านจุฬาราชมนตรี สมาคมคุรุสัมพันธ์ และสถาบันการศึกษาอื่น
  • การใช้ถ้อยคำอหังการ: มีคำหยาบคายที่ไม่ควรหลุดมาจากปากของผู้ที่เรียกตนเองว่า “ผู้รับมรดกจากท่านนบี”

ตามหลักการของมาลิก บิน นะบี และชัยค์ อัลฆ่อซาลี ความรู้ที่แท้จริงต้อง “ประสานดวงใจ” ไม่ใช่ “สร้างศัตรู” การยกตนข่มท่านและเบียดขับผู้เห็นต่างออกไปเป็น “พวกอื่น” คือสัญญาณของความรู้ที่เป็นอัมพาต ซึ่งไม่ก่อให้เกิดการพัฒนาอารยธรรม แต่กลับสร้างแนวคิดสุดโต่งให้แก่เยาวชน

#มุสลิมคือผู้ที่ผู้อื่นปลอดภัยจาก “ลิ้น” ของเขา

     พฤติกรรมที่ปรากฏในคลิปวิดีโอดังกล่าว (มะเซาะรำลึก 69) มิใช่เพียงเรื่องตลกหรือเรื่องส่วนบุคคล แต่เป็น “บาดแผล” ที่ทิ่มแทงเอกภาพของอุมมะฮ์ ท่านศาสดามูฮัมหมัด (ซ.ล.) มิเคยเผยแพร่ศาสนาด้วยคำด่าทอหรือการให้ร้าย ความเป็น “หมุดของแผ่นดิน” ของครูศาสนา จะต้องดำรงอยู่บนฐานของมารยาท (Adab) และการให้เกียรติ หากผู้บรรยายขาดสิ่งเหล่านี้ ย่อมเท่ากับพรากจิตวิญญาณแห่งอิสลามออกไปจากการนำเสนอ

ข้อเสนอแนะ: ต่อบทบาทของสถาบันวะสะฏียะฮ์ สำนักจุฬาราชมนตรี

      สถาบันวะสะฏียะฮ์เพื่อสันติภาพและการพัฒนา สำนักจุฬาราชมนตรี ในฐานะหน่วยงานหลักที่ส่งเสริมทางสายกลาง ควรนำเหตุการณ์นี้มาเป็นกรณีศึกษาเพื่อสามารถวางมาตรการดังนี้:

  • การจัดทำ “จรรยาบรรณนักวิชาการมุสลิม” (Ethical Code for Da’wah): กำหนดกรอบการบรรยายศาสนาที่ปราศจากการด่าทอ พาดพิงตัวบุคคล และการใช้คำหยาบคาย เพื่อคุ้มครองสังคมมุสลิมจากการสื่อสารที่บิดเบือน
  • บทบาทของ “สถาบันผู้จัดงาน”: สถาบันการศึกษาที่เชิญวิทยากรต้องร่วมรับผิดชอบต่อเนื้อหาที่เผยแพร่ และควรมีมาตรฐานในการคัดเลือกผู้บรรยายที่มีวุฒิภาวะและมารยาทสอดคล้องกับจริยธรรมอิสลาม
  • การส่งเสริม “พื้นที่ปลอดภัยทางการความคิด”: เปิดเวทีสัมมนาตามแนวทางกฎบัตรซีเรีย เพื่อตอกย้ำว่า “ความต่างไม่ใช่จุดจบ” และสร้างความเข้าใจเรื่องการยอมรับสำนักคิดที่หลากหลาย โดยมีสถาบันวะสะฏียะฮ์เป็นตัวกลางประสานรอยร้าว
  • พลังของสื่อและสังคมออนไลน์: รณรงค์ให้สังคมมุสลิม “ไม่เปิดพื้นที่” ให้กับวาทกรรมสุดโต่ง ไม่แชร์ ไม่สนับสนุนการบรรยายที่เน้นการด่าทอ เพื่อกดดันให้เกิดการเปลี่ยนแปลงในเชิงสร้างสรรค์

“หากเครื่องบินต้องมีระเบียบในการบิน ครูศาสนาและผู้รู้ย่อมต้องมีระเบียบแห่งมารยาทในการนำทางอุมมะฮ์ เพราะบาดแผลที่เกิดจากลิ้นนั้น เยียวยาได้ยากกว่าบาดแผลที่เกิดจากอาวุธ”

 3,730 total views,  2 views today

You may have missed