อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ)
ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่านและสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

บทนำ: จังหวะนรกทางการเมือง
ในโลกของการเมือง “จังหวะเวลา” คือทุกสิ่ง และดูเหมือนว่าการที่คณะกรรมการ อ.ก.พ. กระทรวงสาธารณสุข มีมติปลด นพ.สุภัทร ฮาสุวรรณกิจ ออกจากราชการในช่วงเพียง 12 วันก่อนการเลือกตั้งปี 2569 จะเป็นจังหวะที่ “ผิดพลาด” อย่างมหันต์สำหรับฝ่ายอำนาจรัฐ แม้รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขจะยืนยันว่าเป็นการทำตามระเบียบจากปมจัดซื้อ ATK เมื่อปี 2564 แต่สังคมกลับมองข้ามตัวบทกฎหมายไปสู่ “กลิ่นอายของการกลั่นแกล้ง” ที่รุนแรง จนกลายเป็นปรากฏการณ์ที่ถูกเปรียบเปรยว่า ฝ่ายบริหารกำลัง “ทำปืนลั่นใส่เท้าตัวเอง” โดยลากเอานายกฯ อนุทิน ชาญวีรกูล ลงมาติดร่างแหในกองเพลิงแห่งศรัทธาประชาชนครั้งนี้ด้วย
อธิบาย: วิกฤตศรัทธาและการเมืองเรื่อง “สกัดดาวรุ่ง”
มติ 4 ต่อ 3 ที่ปลด นพ.สุภัทร ซึ่งปัจจุบันเป็นผู้สมัคร สส.เขต 2 สงขลา พรรคประชาชน ถูกวิพากษ์วิจารณ์อย่างหนักใน 3 มิติสำคัญ:
-
ความย้อนแย้งของเกียรติยศ: นพ.สุภัทร ในฐานะประธานชมรมแพทย์ชนบท เพิ่งจะได้รับ รางวัลแมกไซไซ (Ramon Magsaysay Award) ซึ่งเปรียบเสมือนรางวัลโนเบลแห่งเอเชีย จากความทุ่มเทเพื่อระบบสุขภาพถ้วนหน้าและการปกป้องคนยากจน แต่กลับถูกระบบราชการไทย “ลงโทษวินัยร้ายแรง” ย้อนหลังในเหตุการณ์ที่เขาพยายามช่วยชีวิตคนเมืองหลวงจากโควิด-19 ภายใต้ภารกิจ #แพทย์ชนบทบุกกรุง
-
เกมการเมืองในพื้นที่สงขลา: รศ.เอกรินทร์ ต่วนศิริ และนักวิชาการอีกหลายท่านมองว่านี่คือ “เกมสกัดดาวรุ่ง” เนื่องจาก นพ.สุภัทร มีคะแนนนำโด่งในพื้นที่เขต 2 สงขลา การเร่งรัดบรรจุวาระและลงมติชี้ขาดโดย รมว.สาธารณสุข (ซึ่งอยู่พรรคคู่แข่ง) จึงถูกมองว่าเป็นการใช้อำนาจรัฐเพื่อหวังผลการเลือกตั้งโดยตรง
-
บูมเมอแรงถึงนายกฯ อนุทิน: แม้นายกรัฐมนตรีจะพยายามปฏิเสธว่า “ไม่เกี่ยว” และ “ไม่ได้คุมสาธารณสุขแล้ว” แต่ในสายตาประชาชน ความเชื่อมโยงของตัวบุคคลในพรรคเดียวกันที่คุมกระทรวงสธ. กลับยิ่งตอกย้ำภาพลักษณ์การเมืองแบบ “เทาๆ” และ “วิชามาร” ซึ่งส่งผลลบต่อพรรคภูมิใจไทยทั้งจังหวัดสงขลาและทั่วประเทศ
“ผู้ที่ยืนอยู่ข้างประชาชน ไม่ควรถูกทำให้กลายเป็นผู้กระทำผิด” — สภานักศึกษา มหาวิทยาลัยรามคำแหง แสดงจุดยืน #SAVEหมอสุภัทร
สรุป: บทเรียนจากการใช้อำนาจ
บทสรุปของกรณีนี้อาจไม่จบลงที่การพ้นจากราชการ แต่อาจจบลงด้วยการ “ชนะถล่มทลาย” ของฝ่ายที่ถูกกระทำ ปรากฏการณ์คนนับพันแห่ร่วมฟังปราศรัยย่อยของ นพ.สุภัทร สะท้อนชัดว่า ยิ่งฝ่ายอำนาจใช้ระเบียบวินัยเข้ากดทับในจังหวะที่สังคมมองว่าไม่เป็นธรรม แรงต้านจะยิ่งรุนแรงขึ้นเป็นทวีคูณ
การตัดสินใจครั้งนี้ของ อ.ก.พ. สธ. จึงเป็นเสมือนปืนที่ลั่นใส่เท้าฝ่ายกุมอำนาจเอง เพราะนอกจากจะไม่สามารถหยุดยั้งสถานะผู้สมัคร สส. ของ นพ.สุภัทร ได้แล้ว ยังเป็นการสร้าง “วีรบุรุษ” ให้กับพรรคประชาชน และสร้างกระแส “กาส้มล้มเทา” ให้กระหึ่มไปทั่วแผ่นดินก่อนวันเข้าคูหาเพียงไม่กี่วัน
810 total views, 810 views today

More Stories
“กระดุมเม็ดแรก” สู่ความยั่งยืน: ม.อ. ปัตตานี จับมือ โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ ปฏิรูปการศึกษาและชุมชนจะนะ สงขลา
แม่ยุคใหม่ใช้ “อัลกุรอาน” เป็นเข็มทิศนำทางครอบครัว จัดใหญ่เตรียมพร้อมรับรอมฎอน ณ รร.จริยธรรมศึกษามูลนิธิ จะนะ
คณะผู้บริหาร มรภ.ยะลา ศึกษาโมเดลญี่ปุ่น ยกระดับหลักสูตรฉุกเฉินการแพทย์สู่มาตรฐานสากล