อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : รายงาน

ปัตตานี — การแสวงหาทางออกจากความขัดแย้งด้วยแนวทางสันติวิธี จำเป็นต้องอาศัยองค์ความรู้และการเรียนรู้เชิงเปรียบเทียบจากพื้นที่ต่าง ๆ ทั่วโลก เมื่อวันที่ 17 ตุลาคม 2569 ณ ห้องศรีวังสา คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี ได้มีการจัดประชุมแลกเปลี่ยนเรียนรู้ในโครงการอบรมเชิงปฏิบัติการ “ฐานความรู้กระบวนการสันติภาพเชิงเปรียบเทียบ” โดยมีตัวแทนนักวิชาการ ภาคประชาสังคม รวมทั้งผู้เขียนในพื้นที่ชายแดนภาคใต้เข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง
โครงการวิจัยดังกล่าวได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานการวิจัยแห่งชาติ (วช.) ประจำปี 2569 โดย
ผศ.ดร.ยาสมิน ซัตตาร์ คณะรัฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ วิทยาเขตปัตตานี และ อาจารย์อิมรอน สาเหาะ นักวิจัยและบุคลากรจากสถานวิจัยความขัดแย้งและความหลากหลายทางวัฒนธรรมภาคใต้ (CSCD) สถาบันสันติศึกษา มหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ที่ได้ร่วมกันชี้แจงเป้าหมายโครงการและนำกระบวนการเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ เพื่อสร้างสะพานเชื่อมระหว่าง “บทเรียนสากล” กับ “บริบทท้องถิ่น” ในการหนุนเสริมกระบวนการสร้างสันติภาพอย่างเป็นรูปธรรม

1. ฐานความรู้สากล: เรียนรู้กรณีศึกษาต่างแดนเพื่อหนุนเสริมพื้นที่
ศูนย์กลางของการประชุมครั้งนี้คือการเปิดตัวและทดสอบเว็บไซต์ taallami.com/public/ ซึ่งถูกพัฒนาขึ้นเพื่อเป็นคลังข้อมูลดิจิทัล รวบรวมและวิเคราะห์บทเรียนกระบวนการสันติภาพจาก มากกว่า 15 กรณีศึกษาทั่วโลก
การนำเสนอกรณีศึกษาเชิงเปรียบเทียบหลากหลายพื้นที่ ไม่เพียงช่วยเปิดมุมมองให้แก่ผู้ทำงานในพื้นที่ แต่ยังช่วยลดการใช้วาทกรรมแบบ “ชนะ-แพ้” หรือการแบ่งฝ่าย โดยเปลี่ยนจุดเน้นไปที่การศึกษา “เงื่อนไข กลไก และปัจจัยความสำเร็จ” ของแต่ละพื้นที่ เช่น การจัดการกระจายอำนาจ การพัฒนากระบวนการพูดคุย หรือการสร้างการมีส่วนร่วมของประชาชน เพื่อนำมาปรับใช้ให้สอดคล้องกับความท้าทายในจังหวัดชายแดนภาคใต้
2. หนุนเสริมชุมชนนักปฏิบัติ (CoP): เปิดพื้นที่รับฟังเสียงอันหลากหลาย
หลักการสำคัญของวารสารศาสตร์เพื่อสันติภาพ (Peace Journalism) คือการให้ความสำคัญกับ “เสียงของคนทำงานในพื้นที่และผู้ได้รับผลกระทบ” ไม่ใช่เพียงทัศนะจากฝ่ายอำนาจหรือคู่ขัดแย้งหลักเท่านั้น
ในเวทีแลกเปลี่ยนเรียนรู้ที่นำโดยคณะผู้วิจัยได้เปิดโอกาสให้ผู้เข้าร่วมจากภาคประชาสังคมและนักวิชาการในพื้นที่ ได้ทดลองใช้งานเว็บไซต์ผ่านอุปกรณ์ส่วนตัว พร้อมร่วมอภิปรายแลกเปลี่ยนในหัวข้อ “การนำฐานความรู้ต่างประเทศมาปรับใช้กับชายแดนใต้” ซึ่งผู้เข้าร่วมได้สะท้อนความต้องการข้อมูลที่รอบด้าน ทั้งมิติประวัติศาสตร์ สังคมวัฒนธรรม และประสบการณ์ตรงจากผู้ปฏิบัติงานภาคสนาม เพื่อให้ฐานข้อมูลมีความสมบูรณ์และสะท้อนความจริงในพื้นที่มากที่สุด รวมทั้งเสนอแนะ น่าจะมีกรณีศึกษามากกว่า 15 พื้นที่ ที่คนในพื้นที่สนใจ เช่น กรณี ความขัดแย้ง ปาเลสไตน์กับอิสราเอล ความขัดแย้งไทยกับกัมพูชา
การแลกเปลี่ยนดังกล่าวมุ่งสร้าง ชุมชนนักปฏิบัติด้านสันติภาพ (Community of Practice: CoP) ที่ยั่งยืน ซึ่งจะเป็นเครือข่ายในการถอดบทเรียน ร่วมกันจัดทำความรู้ และนำข้อมูลเชิงประจักษ์ไปใช้อ้างอิงในการขับเคลื่อนสันติภาพในระดับต่าง ๆ
3. ก้าวต่อไป: จากเครื่องมือดิจิทัลสู่การขับเคลื่อนเชิงนโยบายและปฏิบัติจริง
จากการรับฟังข้อเสนอแนะ คณะผู้วิจัยและผู้เข้าร่วมได้ร่วมกำหนดแนวทางการพัฒนาในระยะต่อไป (Next Steps) เพื่อให้แพลตฟอร์มนี้เกิดประโยชน์สูงสุด ดังนี้:
- การพัฒนาระบบดิจิทัล (UI/UX): ปรับปรุงประสิทธิภาพระบบสืบค้น ความเร็ว และการแสดงผลบนอุปกรณ์เคลื่อนที่ (Mobile & Tablet) เพื่อให้ผู้ใช้งานทุกกลุ่มสามารถเข้าถึงข้อมูลได้สะดวก ง่ายดาย และรวดเร็ว
- การขยายขอบเขตองค์ความรู้: เพิ่มมิติข้อมูลเชิงลึกและกรณีศึกษาเพิ่มเติมตามข้อเสนอแนะของคนทำงานในพื้นที่ ให้ครอบคลุมประเด็นความท้าทายที่เกิดขึ้นจริง
- การเชื่อมโยงสู่ระดับนโยบาย: ใช้คลังความรู้นี้เป็นฐานในการยกร่างข้อเสนอเชิงนโยบาย และหนุนเสริมการทำงานของคู่ขัดแย้ง ตัวกลาง และภาคประชาสังคม ให้สามารถนำบทเรียนสากลไปใช้ในการเจรจาและการสร้างสันติภาพในระดับปฏิบัติการอย่างมีเอกภาพ
บทสรุป
การพัฒนาเว็บไซต์ taallami.com/public/ จึงไม่ได้เป็นเพียงการสร้างคลังข้อมูลออนไลน์ แต่เป็นกระบวนการ “สร้างพื้นที่แห่งการเรียนรู้ร่วมกัน” ที่เปิดกว้าง ทลายมายาคติ และมุ่งเน้นการหาทางออกอย่างสันติวิธีบนฐานข้อมูลเชิงประจักษ์ ซึ่งนับเป็นก้าวสำคัญของการใช้องค์ความรู้เพื่อขับเคลื่อนสันติภาพอย่างยั่งยืนในจังหวัดชายแดนภาคใต้

1,938 total views, 15 views today

More Stories
รายงานพิเศษ: มิติใหม่การศึกษามาเลเซีย หลอมรวม ‘ศาสนา-วิชาชีพชั้นสูง’ ผ่านความร่วมมือ MoU PERMATA–GMI มุ่งสร้างบุคลากรท่องจำกุรอานสู่ยุคนวัตกรรม
โรงเรียนจริยธรรมศึกษามูลนิธิ จะนะ ร่วมแสดงความยินดีกับ “อาจารย์โซรยา จามจุรี” ในโอกาสคว้ารางวัลระดับโลก 2026 Saul A. Silverman Award
ทำไม “ไทยพีบีเอส” ต้องเป็นอิสระจากรัฐและทุน: หลักประกันประชาธิปไตยและสิทธิของประชาชน โดยเฉพาะชายแดนใต้