พฤษภาคม 11, 2026

สื่อเพื่อสันติspmc

spmc สื่อเพื่อสันติ สรรค์สร้างสังคม

จากทฤษฎีสู่ภาคปฏิบัติ :ความท้าทายมุสลิมยุคโซเซียล กับบทเรียนราคาแพงสำหรับยุคดิจิทัล

แชร์เลย

อุสตาซอับดุชชะกูรฺ บินชาฟิอีย์ (อับดุลสุโก ดินอะ) : เรียบเรียง

ด้วยพระนามของอัลลอฮฺผู้ทรงเมตตากรุณาปรานีเสมอ ขอความสันติและความจำเริญแด่ศาสนทูตมุฮัมมัด ผู้เจริญรอยตามท่าน และสุขสวัสดีผู้อ่านทุกท่าน

“จงเรียกร้องสู่แนวทางแห่งพระเจ้าด้วยวิทยปัญญา”: เมื่อหน้าจอทดสอบศรัทธา และคำพูดคืออาวุธสองคม

     ในโลกยุคดิจิทัลที่เสียงคลิกเมาส์ดังกว่าเสียงกระซิบ และข้อความบนสเตตัสแพร่กระจายไปไกลกว่าการปาฐกถาในมัสยิด อายะฮ์ที่ 125 จากซูเราะฮ์ อัน-นะห์ล ไม่ได้เป็นเพียงหลักการเผยแพร่ศาสนา (ดะอฺวะฮ์) เท่านั้น แต่คือ “จริยธรรมสากล” ที่กำลังถูกท้าทายอย่างหนักหน่วงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

1. วิทยปัญญา (Hikmah): สติท่ามกลางกระแสข้อมูลล้นหลาม

การใช้ “ฮิกมะฮ์” ในยุคที่อัลกอริทึมเลือกข้าง คือความท้าทายระดับสูง ฮิกมะฮ์ไม่ใช่แค่ความรู้ทางตัวบท แต่คือการรู้จัก “กาลเทศะ”

  • ความจริงที่เจ็บปวด: เรามักจะ “แชร์” โดยไม่ยั้งคิด และ “โพสต์” โดยไม่ไตร่ตรองว่าสิ่งที่สื่อสารออกไปนั้นสร้างสรรค์หรือทำลาย หลายครั้งที่เราอ้างความจริงเพื่อโจมตีคนอื่น จนลืมไปว่าเป้าหมายของอิสลามคือการนำทาง ไม่ใช่การต้อนคนให้จนมุม
  • ปฏิบัติทางรอด: ฮิกมะฮ์ในยุคนี้คือการสรุปสาระสำคัญให้เข้าถึงใจคนรุ่นใหม่ด้วยความจริงใจ รักษาสมดุลระหว่าง “เนื้อหาที่ถูกต้อง” กับ “วิธีการที่นุ่มนวล” โดยไม่ยอมแลกจิตวิญญาณของศาสนาเพียงเพื่อยอดไลก์หรือยอดแชร์ที่ว่างเปล่า

2. การตักเตือนที่ดี (Mau’izah Hasanah): พื้นที่ส่วนตัว vs การประจานสาธารณะ

เรากำลังอยู่ในยุคที่ “การตักเตือน” มักถูกแปรรูปเป็น “การพิพากษา”

  • ความท้าทาย: โซเชียลมีเดียสร้างวัฒนธรรม Keyboard Warrior ที่ทำให้คนกล้าด่าทอผู้อื่นอย่างรุนแรงภายใต้หน้าจอคอมพิวเตอร์ การคอมเมนต์ตำหนิกันกลางหน้าฟีดสาธารณะไม่ใช่การหวังดี แต่มันคือการประจาน (Public Shaming) ซึ่งสวนทางกับจริยธรรมที่อิสลามสอนให้ปกปิดความผิดของพี่น้อง
  • ปฏิบัติทางรอด: การใช้ข้อความส่วนตัว (DM) เพื่อพูดคุยด้วยความเมตตา คือบทพิสูจน์ของ “หัวใจที่ปรารถนาดี” อย่างแท้จริง การให้เกียรติคือหัวใจสำคัญของการเปลี่ยนคน ไม่ใช่การกดเขาให้ต่ำเพื่อให้เราดูสูงขึ้น

3. การโต้แย้งด้วยสิ่งที่ดีกว่า (Mujadalah): ชัยชนะในคอมเมนต์ แต่พ่ายแพ้ในดะอฺวะฮ์

อัลกอริทึมของ Facebook หรือ X มักจะดึงคนเห็นต่างมาปะทะกันเพื่อสร้างความขัดแย้ง (Engagement)

  • ความท้าทาย: เมื่อความเห็นต่างกลายเป็นความเกลียดชัง การถกเถียงเรื่องศาสนาจึงมักจบลงที่ Hate Speech เราอาจจะชนะด้วยเหตุผลที่คมคาย แต่น้ำเสียงที่หยาบคายกลับผลักให้ผู้ฟังหันหลังให้อิสลามไปตลอดกาล
  • ปฏิบัติทางรอด: ควบคุมอารมณ์ให้เหนือความยั่วยุ หากการโต้แย้งไม่นำไปสู่ความจริง การนิ่งเงียบด้วยความสำรวมยังดีกว่าการตะโกนใส่กันด้วยความถือดี

[ จากประกายแห่งความเกลียดชัง สู่ห้วงเหวแห่งความรุนแรง ]

     ความท้าทายในโลกโซเชียลไม่ได้หยุดอยู่แค่ตัวบุคคล แต่มันขยายตัวสู่ “วิกฤตแห่งเอกภาพ” ดังที่ Shaykh Dr. Yasir Qadhi ได้สะท้อนภาพอันน่าสลดใจในหนังสือ Beyond Sectarianism

     ท่านได้เตือนสติมุสลิมทั่วโลกว่า ความรุนแรงที่เกิดขึ้นระหว่างมุสลิมด้วยกัน ไม่ว่าจะเป็นการวางระเบิดมัสยิดหรือการประหัตประหารกันกลางการละหมาดวันศุกร์ ไม่ได้เกิดขึ้นจากความว่างเปล่า แต่มันมีต้นตอมาจาก “น้ำมัน” ที่ถูกราดโดยนักบรรยายธรรมที่นิยมความสุดโต่ง

“ท่านไม่ได้บอกให้เขาไปวางระเบิด แต่ตลอดระยะเวลาหลายสิบปี สิ่งที่ท่านทำคือการบ่มเพาะความเกลียดชัง… ท่านคิดว่าจะเกิดอะไรขึ้น หากมีใครสักคนในหมู่ผู้ฟังเกิดอยากจะจุดไฟขึ้นมา ท่ามกลางน้ำมันที่ถูกราดเหล่านั้น?”

บทเรียนราคาแพงสำหรับยุคดิจิทัล

     นักบรรยายหรืออินฟลูเอนเซอร์สายศาสนาหลายคนเลือกใช้ “ความเกลียดชัง” และ “การโจมตีกลุ่มอื่น” เป็นเครื่องมือสร้างชื่อเสียง เพราะเนื้อหาที่สร้างความแตกแยกมักเรียกยอดวิวได้ดีกว่าเนื้อหาที่สอนเรื่องความรักและความเป็นหนึ่งเดียว

การยกตนเป็น “อัศวินขี่ม้าขาว” ผู้พิทักษ์สัจธรรมเพียงกลุ่มเดียว คือกับดักที่ทำลายล้างสังคมมุสลิมจากภายใน

บทสรุป: จริยธรรมดิจิทัลคือหน้าตาของอิสลาม

     ความท้าทายที่แท้จริงของมุสลิมในวันนี้ ไม่ใช่การขาดแคลนข้อมูลทางศาสนา แต่คือการขาดแคลน “มารยาทในการสื่อสาร” (Adab of Communication) ทุกโพสต์และทุกคอมเมนต์คือบันทึกที่จะถูกสอบสวนในวันกิยามะฮ์ ในยุคที่ทุกคนสามารถเป็น “สื่อ” ได้ เราต้องเลือกจะเป็น “น้ำมัน” ที่คอยเติมเชื้อไฟแห่งความเกลียดชัง หรือจะเป็น “น้ำเย็น” ที่ดับไฟแห่งความโกรธแค้น

     การนำอายะฮ์แห่งการเรียกร้องนี้จากทฤษฎีสู่ปฏิบัติ คือการใช้ความสุภาพสยบความหยาบคาย และใช้ความจริงใจสยบวาทกรรมที่สร้างความแตกแยก เพื่อให้โลกเห็นว่า “อิสลาม” คือความเมตตา ไม่ใช่ความชิงดีชิงเด่นในโลกเสมือนจริง

 127 total views,  127 views today

You may have missed