
วันนี้ (27 ก.พ.69) นายอิสมาแอ ยาโกะ นายอำเภอเบตง พร้อมด้วย ร้อยตำรวจเอกสิทธิพงศ์ เหมกุสุมา นายก อบต.ยะรม นายไพรัตน์ ขุนแสง ประมงอำเภอเบตง ลงพื้นที่เยี่ยมชมการดำเนินงานศูนย์เครือข่ายด้านการประมง ของนายสันต์ จันทร์โกมุท ผู้เลี้ยงปลานิลสายน้ำไหลเบตง ในพื้นที่ หมู่ที่ 4 ตำบลยะรม อำเภอเบตง จังหวัดยะลา พร้อมให้กำลังใจเกษตรกรต้นแบบด้านการประมง พร้อมผลักดันการใช้ทรัพยากรธรรมชาติอย่างรู้คุณค่า เพื่อสร้างรายได้ เสริมความมั่นคงทางอาหาร และพัฒนาคุณภาพชีวิตของประชาชนในพื้นที่อย่างยั่งยืน
นายอิสมาแอ ยาโกะ นายอำเภอเบตง กล่าวว่า ศูนย์การเรียนรู้ดังกล่าวเป็นแหล่งถ่ายทอดองค์ความรู้ด้านการเลี้ยงปลานิลระบบสายน้ำไหล โดยอาศัยแหล่งน้ำธรรมชาติจากภูเขาในพื้นที่เบตง ซึ่งมีน้ำสะอาดไหลเวียนตลอดปี ส่งผลให้ปลานิลมีคุณภาพดี เนื้อแน่น ปลอดภัย และเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม โดยเจ้าหน้าที่ได้ร่วมให้ข้อมูลความต้องการของตลาดทั้งในและนอกพื้นที่อำเภอเบตง เพื่อสร้างความเชื่อมั่นให้แก่ผู้บริโภค พร้อมตรวจวิเคราะห์คุณภาพน้ำและให้คำแนะนำการเลี้ยงตามหลักวิชาการ
ล่าสุดกรมทรัพย์สินทางปัญญา ประกาศขึ้นทะเบียน GI “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” เป็นสินค้า GI รายการล่าสุดของจังหวัดยะลา ด้วยคุณภาพโดดเด่น เนื้อแน่น รสชาติหวาน ปราศจากกลิ่นโคลน จากการเลี้ยงด้วยระบบน้ำธรรมชาติบริสุทธิ์จากเทือกเขาสันกาลาคีรีที่ไหลเวียนตลอด 24 ชั่วโมง ผสานภูมิปัญญาท้องถิ่น ส่งผลให้เป็นวัตถุดิบคุณภาพระดับพรีเมียม สร้างมูลค่าทางเศรษฐกิจให้จังหวัดกว่า 19 ล้านบาทต่อปี
ปลานิลสายน้ำไหลเบตงเป็นสินค้า GI ลำดับที่ 6 ของจังหวัดยะลา ต่อจาก กล้วยหินบันนังสตา ทุเรียนสะเด็ดน้ำยะลา ส้มโชกุนเบตง มังคุดในสายหมอกเบตง และไก่เบตงยะลา ซึ่งล้วนเป็นสินค้า GI หมวดอาหาร โดยกรมทรัพย์สินทางปัญญามุ่งต่อยอดผ่านเส้นทาง “การท่องเที่ยวเชิงอาหาร” พร้อมส่งเสริมสู่การเป็นวัตถุดิบของร้านอาหารระดับ Fine Dining เพื่อถ่ายทอดเรื่องราวสินค้า GI ไทยสู่สายตานักชิมทั่วโลก
33 total views, 33 views today

More Stories
“พ.ต.อ.ทวี” ล้อมวงถก เครือข่ายต้มยำ แดนเสือโคร่งมลายู กางแผนดับไฟใต้ ชูนโยบาย ‘เศรษฐกิจไร้ดอกเบี้ย-รถไฟรางคู่’
ศอ.บต. ปักธง “ด่านนอก” ขน 300 ร้านค้าจัด ‘THAI DEEP SOUTH CONNECT’ นัดสุดท้าย หวังฟื้นเศรษฐกิจหลังน้ำลด-เชื่อมค้าชายแดนไทย-มาเลย์
จังหวัดยะลาเดินหน้ายกระดับ “เบตง” โมเดลการท่องเที่ยวที่สามารถ “พึ่งพาตนเองได้อย่างยั่งยืน” รองรับการขยายตัวของเศรษฐกิจชายแดนในอนาคต